เอกสารลับเฉพาะของกระบวนการแบ่งแยกดินแดน และยึดครองประเทศไทย แปลจากภาษายาวีเป็นภาษาไทย โดยคนไทยรักชาติ โปรดช่วยกันพิมพ์เผยแพร่ ปลุกไทยให้ตื่นปกป้องคุ้มครองไทย **
TS - ทักษิณ
KTB - ธนาคารกรุงไทย
AKD - อัลไคด้า (กลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ)
MD - มหาธีร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
KL - กัวลาลัมเปอร์
TK - ธรรมกาย
JI - ขบวนการก่อการร้ายในอินโดนีเซีย
BOR K. - ชายแดนรัฐกลันตัน
PT - ปัตตานี
NS - นราธิวาส
ST - สตูล
YL - ยะลา
LB - ลิเบีย
MT.B - ธนาคารทหารไทย
HI - หาดใหญ่
BKK - กรุงเทพฯ
TRANG - ตรัง
KLT - ?
........................... อยากให้เด็กไทยทุกคนได้อ่านนะ.....................
กลยุทธ์ที่ใช้มีดังนี้ (ตาลาลี๊ ตั่มปง)
ต้องเจาะให้ไทยมันเลือดไหลหมดตัว แล้วมันค่อยๆตาย โดยที่
1.การยุยงให้มันทะเลาะกันในหมู่พระสงฆ์ กษัตริย์ นักการเมือง ประชาชน นักศึกษา อาจจะต้องใช้เงินมากก็ต้องยอม
2. การขโมยเด็กไทยพุทธ ที่ทำมา 39 ปีแล้ว ต้องทำต่อ เพราะเด็กพวกนี้นำมาฝึกใช้งานได้ผลดี แต่เหลือเพียงไม่กี่ร้อย คงต้องใช้เงินไปซื้อ เด็กทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หรือสลับในภาคกลาง ถ้าไม่ได้เด็กไทยพุทธตามจำนวน ก็ต้องหลอกพ่อแม่มุสลิมว่าจะส่งไปเรียนนอกแหล่งสลัม โดยนำเด็กไปเรียนทางภาคใต้ก่อน อย่าเอาเด็กอายุเกิน 10 ปีเด็ดขาด จำไว้ว่าคนของมันฆ่าฟันกันเอง
3.การพนัน หวยมาเลย์ เราต้องเป็นเจ้ามือเพียงผู้เดียว ดูว่ายังมีคนพุทธเป็นเจ้ามือหรือไม่ ฆ่าทิ้งเสีย เพราะเงินส่วนนี้ต้องใช้มาก เจ้ามือของเราต้องแทรกเข้าไปทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน และรับซื้อหวยไทย หวยออมสิน หวย ธ.ก.ส. ด้วยเงินมันฆ่ามัน เพิ่มหวยมาเลย์ ABCD ( 4 ตัว) ไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือ 3 จังหวัดที่เราครอบครองได้แล้ว จ่ายให้สูงกว่าหวยไทย ตอนนี้ TS ไปแล้วยิ่งง่าย
4.การจ้างคนทำลาย พระสงฆ์ วัด ต้องทำต่อเนื่อง เอาคนของเราแทรกเข้าไปในวัด ให้มากที่สุด เฉพาะตีโอบจากทางเหนือลงมาโดนเร็ว เราสูญเสียเด็กจู่โจมฝึกอย่างดีไปมาก ก็ต้องหาเพิ่ม
5.อย่าให้คนไทยพุทธ และอิสลามได้มีความรู้ สบช่องต้องเผาโรงเรียน เพิ่มปอเนาะเพื่อการปลุกระดม เร่งให้มุสลิมชายหญิง อายุ 12-13 ปี แต่งงานให้ได้กำลังคนมากที่สุด
6.การดึงเศรษฐกิจของ มันมาเป็นของเรา ต้องเร่งทำ เข้าร่วมทุนโดย ใช้มุสลิมพื้นที่เข้าไปซื้อที่ดิน กิจการรีสอร์ท โรงแรมฝั่งตะวันตก ต้องเก็บเป็นของกลุ่มเราโดนเร็ว การเปลี่ยนมือมาเป็นของเราง่ายๆ ในภายหลัง การคืบคลานไปซื้อทางภาคอื่น หรือในกรุงเทพก็ต้องทำ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน
7. เริ่งทำลายกิจการในพื้นที่ทุกกิจการ เริ่มจากธนาคาร สถานที่ราชการ ศูนย์การค้า เร่งฆ่าคนจะได้ไม่เข้าโชว์รูมรถ สถานที่รถไฟ ขนส่ง ท่าอากาศยาน แก๊ส ปั๊มน้ำมัน กิจการใดไม่ใช่ของมุสลิม ทำลายโดนเร็ว ให้ส่งสารให้พวกเรารู้ก่อนลงมือทำ คนของเราจะได้ไม่ไปโดนลูกหลง เพราะต้องเอาอิสลามหรือพุทธใต้บางกลุ่มไว้ใช้งานของเ ราก่อน
8.การ ฆ่าคนพุทธเพิ่มมุสลิม ทำให้ได้วันละ 2,000 คน เดือนละ 60,000 คน ปีละ 720,000 คน การที่คนของเราไปแต่งงานกับคนพุทธ ดึงคนมาได้ ลูกจะเป็นมุสลิมปีละ 5,000,000 ต้องทำได้ หลังจากนั้นจะทวีคูณ เป็นการกลืนคนโดยง่ายดาย การมีมุสลิมต่อรองเป็นสิ่งสำคัญ
9.เน้น การแย่งชิงผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ โดยใช้สุลต่าน หรือพระองค์หญิงที่เกิดจาก รายา ประไหมสุหลี มะเดหวี ก็ต้องทำ เลือกแต่งกับผู้มีเงิน มีตำแหน่ง โดยเฉพาะสายการบิน กิจการเหล็ก ทอง แร่อื่นๆ กระจายเรื่องนี้ลงในมุสลิมทางใต้ด้วย ครอบงำกิจการโทรคมนาคม โดยมุสลิมอย่างเงียบ อาจะใช้คนจีนมีเชื้อมุสลิมเข้าไปก่อน
10.การ วางคนของเราเข้าไปในกิจการการเงินทุกองค์กร การมีเงินคือ การมีอำนาจใส่หัวมุสลิมทุกคนไว้ เมื่อคนของเรา คุมการคลัง กองกำลัง การเงินในทุกหน่วยงานแล้ว จะได้ต่อรองให้มุสลิมอยู่ในตำแหน่งสูงๆ ทุกกระทรวง ขณะนี้ได้ผลปานกลางเท่านั้น ต้องให้ได้เป็นผู้ว่าการรัฐทุกรัฐ ทุก DISTRICT, SUB DISTRICT หรือแม้แต่วัดไทย ก็ต้องใช้คนของเรา เข้าไปทำบัญชีวัด ต้องคุมวัดให้ได้ด้วย ในกิจการของ KTB ได้ผลพอประมาณ ต้องให้กลุ่มมุสลิมเข้าไปในธนาคารอื่นด้วย เพิ่มไปที่ธนาคารสงเคราะห์อีก เพราะจะได้ช่วยกลุ่มมุสลิมให้มีฐานะ ต่อไปค่อยเข้าไปธนาคารของต่างชาติ
11. การสร้างสถานการณ์ เรื่องมุสลิมใต้ถูกรังแก ต้องทำต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเข้าใจผิดให้มาก ให้กลุ่มอัลไคด้ารู้ ส่งต่อให้ JI. เข้าดำเนินการทำลายมัน
12.การทำแผนที่จุดสำคัญๆ ในเมืองหลวง เมืองใหญ่ๆ ในไทย ต้องเร่งทำให้เสร็จ เด็กเราส่งไปเรียนตามสถาบันดังๆ เวลาว่างก็ให้เร่งทำช่วยกันเรื่องการเงินไม่ต้องห่วง ให้ใช้เงินที่เก็บจากค่าคุ้มครอง 4 จังหวัดใต้ลงไป และเร่งออกข่าวทางวิทยุ TV, MOBILE ให้กลุ่ม AKD รู้ ให้ MD ดำเนินการต่อ
13.การปลุกระดม กลุ่มมุสลิมในอยุธยา นครสวรรค์ ต้องเร่งทำให้เหมือนทุ่งครุ หนองจอก มีนบุรีดีมาก ที่เชียงราย บางแสน ทำต่อเนื่อง ทางโรงเกลือคนของเราไปสำรวจแล้ว เอาคนของเราข้ามไปฝั่งเขมร ไอหุ้นที่กาสิโนตามมอเตอร์ตะเข็บชายแดน รวมทั้งกาสิโนที่เกาะสอง ขณะนี้คนเข้าเราอยู่ในระนองมากพอแล้ว พอเหมาะแล้วกับการจะเอาภาคใต้ทั้งหมดไว้ก่อน เร่งสร้างมัสยิดเล็กๆ อย่าให้พุทธมันไหวตัว เร่งแทรกซึมเหมือนน้ำ
14.ส่งคนเคลื่อนไหวของ เรา ไปบอกให้มุสลิมร่ำรวยจากทำธุรกิจมีรายได้ดี รายได้มาก ลงขันส่งเด็กมุสลิมไปนอก และเด็กพวกนี้ฝึกมาจากอัฟกานิสถานได้ผลดี เร่งทำต่อเนื่องอย่าหยุด ที่ปากีสถาน อินเดีย เราทำเหมือนกัน เกือบครึ่งของอินเดีย เป็นมุสลิมภายใน 6 ปี ครึ่งหนึ่งของไทย ต้องเป็นมุสลิมใน 10 ปี กลืนได้หมด เรื่องนี้เป็นความลับ ต้องเพิ่มแขนงแพทย์
15.การวางคนสืบทอดระยะยาว ปลุกจิตสำนึกบ่อยๆ ท่าน MD บอกว่า ถึงแม้รุ่นทันไม่ทัน ก็ต้องทำต่อไป โดยมีรุ่นเรา และรุ่นเด็กสืบทอดไปทุกๆหน่วยของเรา เลือกเด็กฉลาดรับด้านศาสนา เป็นผู้นำปลุกฝัง ทำเพื่ออัลเลาะห์ ได้ขึ้นสวรรค์ทุกๆเวลาละหมาด การสร้างผู้นำในทุกกลุ่มสำคัญ โดนเฉพาะหน่วยฆ่า แผน 2,4,8,16,32 ใช้ได้เสมอ เน้นการฟังมวลชน
16.การล่อใจคนพุทธ การเปลี่ยนศาสนา ได้***้เงินไม่มีดอกเบี้ย ต่อไปจ่ายเล็กน้อย หวังผลภายหน้า พวกนี้จะจ่ายช่วยกลับมาภายหลัง ทำต่อไปเหมือนโซ่
17.การฮุบธุรกิจ ภายหลัง ดูว่าหุ้นส่วนใดไม่ระวังตัว บอก JI. เข้าดำเนินการทำลายล้าง ฆ่าหุ้นส่วน แล้วดึงกิจการมาไว้ในมือมุสลิมใต้ก่อน
18.การอำนวย ความสะดวกชายแดนทุกจุดให้มันเอาเงินมาทิ้ งที่เรา การเข้าออกสะดวก การให้บริการที่ดี เน้น เก็นติ้ง เพราะคนของมันเข้ามามากๆ ส่งคนของเราเข้าตีสนิท สืบถามเรื่องกิจการภูเก็ต กระบี่ พังงา เรายึดแทบนี้ไว้ให้ได้ทั้งหมด เพื่อด้านท่องเที่ยวเป็นของเรา
19. เป็นที่น่ายินดีขณะนี้ เร่งส่งคนเข้าแดนไทยให้มากที่สุด ก่อนที่มันจะสำรวจทะเบียนใหม่ การมีถิ่นฐานในไทย ก็เป็นการได้ซื้อที่ดินของมันไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่มันจะกั้นแดน เราล้ำทุกตารางเซ็น
20.ทุกครั้งที่ได้โอกาส ต้องขอโน่นขอนี่ ที่เป็นประโยชน์ต่อเราให้มากที่สุด การวางตัวคนเข้าพรรคการเมือง ไปสู่เส้นทางบริหาร เข้าใกล้ KING สำคัญ แหล่งศาสนาแหล่งใหญ่มากคือ TK เอาคนของเราเข้าใกล้โดนเร็ว ใช้เงิน AKD จะส่งมาเร็วๆนี้ เข้าไปทำบุญ ซื้อใจทุกวัดที่ใหญ่ๆ คนเดินสารต้อง FAX ให้รู้ ไม่ต้อง FAX ไป KL เหนือ FAX - KLT จำไว้
21.เร่งการต่อรองให้เราปกครองตนเอง การมีกฏหมายอิสลามใช้บริการใน 4 จังหวัดต้องเร่งทำ เพื่อการแยกออกมาของเราจะได้ง่ายขึ้น
22. ปลุกปั้น ปลุกเร้าให้มุสลิมใต้ ขับไล่ทหารออกไปโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คุ้มครองมุสลิมและไทยพุทธ ที่นอกกรอบให้ออกไปจาก 4 จังหวัด ขณะนี้การฝึกของพวกเราทำไม่สะดวก กลุ่มปะนาเระถูกจับตา เราต้องเข้าไปทางบาโจ ป้าบูโด BOR K ในเหนือของไทย
23.เรื่องยาเสพ ติด ต้องทำต่อ อาจย้ายแหล่งผลิตไปในเขมรหรือลาว ส่วนในฝั่งตรงข้ามเกาะสอง ผลิตได้เร่งขาย สะสมเงิน เพื่อกิจการใหญ่ของเรา ในกรณีที่โดนจับให้ทุ่มเงินจ่าย ให้ตำรวจท้องถิ่น ถ้ามันขัดขืนก็เก็บมันเสีย ส่งไปไว้แถวพรุ ขณะนี้ทหารโจมตี ให้แหล่งผลิตเก็บอุปกรณ์ไปทางระนอง ใช้ถนนแดง เรือ ท่อระบายน้ำมีประโยชน์
24.การแลกเงินไทยเป็นดอลลาร์ ต้องแลกเปลี่ยนทุกวัน เพื่อไม่ให้ BANK รู้หรือไหวตัว
25. ให้มุสลิมพื้นที่ไทย ซื้อเงิน บัตรเงิน หรือ แซงชั่นอื่นๆเกี่ยวกับเงิน ต้องดูสม่ำเสมอ เอาเงินไทยจาก PT, NS, ST, YL ซื้อไปก่อน MD จะส่งคืน ขอให้แทรกแซงกิจการเงินให้ได้
26.เกี่ยวกับกิจการเงินในพระสงฆ์ไทย ให้แนะนำฝากที่เรา ส่งคนของเราตีสนิท ดึงไปที่ธนาคารเรา ให้ดอกสูงกว่าที่อื่น profit ดี สร้างความเชื่อถือแก่ MT.B เงิน LB. สนับสนุนอยู่แล้ว
27.การให้รายได้เพิ่ม จากอาหารคนและสัตว์ เงินจากการขายอาหารแมว สุนัข ฯลฯ ดีมาก เร่งสร้างอาหารฮาร๊าลในหมู่เรา และส่งอาหรับ เงินส่วนนี้จะช่วยเพิ่มมุสลิมในยุโรป สหรัฐ จีน ออสเตเรีย ญี่ปุ่น
28.กว้านซื้อที่ดิน ชายทะเล ที่ MD. บอกไว้ ท่านให้เร่งหาทำเพิ่ม ไม่ติดทะเลไม่เอา ราคาสูงก็ต้องเอา ต้องการผืนใหญ่ๆ
29.ขณะนี้ได้เปรียบ เร่งดำเนินการ กฎระเบียบของเราทำให้เสร็จใน 1 ปี ถ้าช้าจะเสียเวลา ถ้าต้องการเงินทุ่มซื้อ ให้จ่ายไป
30. ระวังการดักฟังการสื่อสาร การรู้เอกสารข้อมูล ประชุมทุกเรื่องเก็บมิดชิด การรับฟังสารราชการ ต้องให้ได้ทำต่อ มุสลิมรับข่าวสารส่วนล่างที่ยังใหม่ ไม่ต้องเขียนบันทึก
31.ติดต่อเรื่องที่หลบซ่อนกลุ่มนกเข้าชวา ติดต่อไปล่วงหน้าทุกครั้ง บ้านไทยพุทธที่พ่อแม่ถูกฆ่า ดึงเด็กมาเป็นของเรา เปลี่ยนประวัติศาสตร์ ย้ำประวัติศาสตร์ทุกวัน อิหม่ามถูกฆ่าให้ฆ่าพระ, อุสต๊าสถูกฆ่าให้ฆ่าครู
32.ผลักดันเรื่องมุสลิมโดนรังแกโดยทหาร ตำรวจฆ่า ต้องทำต่อไป และผลักดันให้เข้าไปหา MD. , ออกข่าวให้มุสลิมกลาง ส่งเงินมาให้ ผลักดันให้มากๆกว่านี้
33.ดึงเด็กที่พ่อแม่มีฐานะ ไปเรียนในปีนัง อัพแลนด์ ต้องทำต่อเนื่อง มี 180 คนไม่พอ ( 2 ปีนี้ต้องให้ได้ 2,000 คน) ให้เร่งทำไปที่ HI, BKK, TRANG เพื่อการฝังหัว
34. การผูกขาดสินค้าจำเป็น และอาหารเสริมกับพ่อค้าชาวไทย ไม่ทำการเปลี่ยน NAME สลากในแดนไทยให้ทำในเรา ร่วมถึงเรื่องน้ำมัน PITRO ดูราคา ถ้าไทยสูงกว่าให้ส่งเข้าไป ถ้าไทยต่ำ เราซื้อมาสะสมไว้ แล้วจึงปล่อยกลับไปเมื่อไทยราคาสูง
ประเทศไทยจาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับคุณนะ
ที่มา : http://paiking.ipbfree.com/index.php?showtopic=8223
วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553
คำอวยพรปีใหม่จากในหลวง
พระราชดำรัส
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
-->
ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ เป็นเวลาที่ เราควรจะระลึกถึงกัน และอวยพรแก่กัน เพื่อเป็นนิมิตหมายอันดี ของปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ในปีที่แล้ว บ้านเมืองของเรา มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง บางเรื่องก็กระทบกระเทือน ถึงฐานะทางเศรษฐกิจ การคลัง การเมือง ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ และความมั่นคงปลอดภัย
สมควรที่เราชาวไทย จะร่วมมือกัน แก้ไขให้คลี่คลายไปโดยเร็ว แต่เรื่องที่ควรแก่การชื่นชมก็มีอยู่มิใช่น้อย ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่จัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ให้อย่างงดงาม ยิ่งใหญ่ และในคราวที่เจ็บป่วย ก็พากันแสดงความวิตก ห่วงใย อย่างจริงใจ ข้าพเจ้ายังรู้สึกประทับใจอยู่ ที่ได้เห็นท่านทั้งหลาย ไม่ว่าเพศใด วัยใด อยู่ในฐานะหน้าที่ใด พร้อมเพรียงกัน มาให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้า
กำลังใจนี้ เป็นพลังอย่างสำคัญ ที่ทำให้คนเรากล้าเผชิญกับปัญหา และอุปสรรค สามารถดำเนินชีวิต และประกอบกิจการงาน ให้ประสบผลสำเร็จที่ดีได้ ในปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งจิตตั้งใจ ให้มั่นอยู่ในความเมตตา ปรารถนาดี ให้กำลังใจแก่กันและกัน เพื่อแต่ละคน จะได้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังความคิด สร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตน แก่ชาติบ้านเมือง ได้ดั่งที่ตั้งใจปรารถนา
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน
ที่มา : http://kitsune.exteen.com
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
-->
ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ เป็นเวลาที่ เราควรจะระลึกถึงกัน และอวยพรแก่กัน เพื่อเป็นนิมิตหมายอันดี ของปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ในปีที่แล้ว บ้านเมืองของเรา มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง บางเรื่องก็กระทบกระเทือน ถึงฐานะทางเศรษฐกิจ การคลัง การเมือง ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ และความมั่นคงปลอดภัย
สมควรที่เราชาวไทย จะร่วมมือกัน แก้ไขให้คลี่คลายไปโดยเร็ว แต่เรื่องที่ควรแก่การชื่นชมก็มีอยู่มิใช่น้อย ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่จัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ให้อย่างงดงาม ยิ่งใหญ่ และในคราวที่เจ็บป่วย ก็พากันแสดงความวิตก ห่วงใย อย่างจริงใจ ข้าพเจ้ายังรู้สึกประทับใจอยู่ ที่ได้เห็นท่านทั้งหลาย ไม่ว่าเพศใด วัยใด อยู่ในฐานะหน้าที่ใด พร้อมเพรียงกัน มาให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้า
กำลังใจนี้ เป็นพลังอย่างสำคัญ ที่ทำให้คนเรากล้าเผชิญกับปัญหา และอุปสรรค สามารถดำเนินชีวิต และประกอบกิจการงาน ให้ประสบผลสำเร็จที่ดีได้ ในปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งจิตตั้งใจ ให้มั่นอยู่ในความเมตตา ปรารถนาดี ให้กำลังใจแก่กันและกัน เพื่อแต่ละคน จะได้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังความคิด สร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตน แก่ชาติบ้านเมือง ได้ดั่งที่ตั้งใจปรารถนา
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน
ที่มา : http://kitsune.exteen.com
วิธีดูแลสุขภาพหน้าหนาว
1. รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอและครบหมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป
2. อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในที่แออัดโดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่
3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากอาจทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
4. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน
5. ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากอาจไปสัมผัสเชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู แก้วน้ำ เป็นต้น แล้วเผลอไปสัมผัสบริเวณหน้าได้ โดยล้างมือด้วยสบู่ธรรมดา 15-20 วินาที หรือใช้น้ำยาล้างมืออื่น ๆ
6. รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวกเพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย
7. หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรมีผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอจาม ไม่คลุกคลีกับผู้อื่นและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ
8. สำหรับปัญหาเรื่องผิวหนัง เราควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ถ้าอากาศหนาวมาก ไม่อาบน้ำนาน ๆ ในที่ที่หนาวมาก อาจไม่ต้องอาบน้ำวันละสองครั้งเหมือนฤดูอื่น หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิว หลังจากเช็ดตัวหมาด ๆ ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ควรทาด้วยลิปสติกมันและไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ
ที่มา : www.zheza.com
2. อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในที่แออัดโดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่
3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากอาจทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
4. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน
5. ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากอาจไปสัมผัสเชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู แก้วน้ำ เป็นต้น แล้วเผลอไปสัมผัสบริเวณหน้าได้ โดยล้างมือด้วยสบู่ธรรมดา 15-20 วินาที หรือใช้น้ำยาล้างมืออื่น ๆ
6. รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวกเพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย
7. หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรมีผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอจาม ไม่คลุกคลีกับผู้อื่นและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ
8. สำหรับปัญหาเรื่องผิวหนัง เราควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ถ้าอากาศหนาวมาก ไม่อาบน้ำนาน ๆ ในที่ที่หนาวมาก อาจไม่ต้องอาบน้ำวันละสองครั้งเหมือนฤดูอื่น หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิว หลังจากเช็ดตัวหมาด ๆ ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ควรทาด้วยลิปสติกมันและไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ
ที่มา : www.zheza.com
ความเป็นมาของ วันขึ้นปีใหม่
ความเป็นมาของ วันขึ้นปีใหม่
ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว
4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง
ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น
1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน
การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก
ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน
เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม
ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอา
วันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย
ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน
ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะ
ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวัน
ขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน
กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก
การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์
ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป
เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ 1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ 2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา 3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก 4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ได้แก่ 1. การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ 2. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร 3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น
กิจกรรมใน วันขึ้นปีใหม่
วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี จะมีการทำบุญตักบาตรและอุทิศส่วนกุศลผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ฟังเทศน์ ปล่อยปลา ปล่อยนก อวยพรซึ่งกันและกัน หรืออาจจะส่งการ์ดบัตรอวยพร ของขัวญไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรับพร และสรงน้ำพระพุทธรูป ประดับธงชาติ และจะเตรียมทำ
ที่มา : www.tlcthai.com
ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว
4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง
ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น
1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน
การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก
ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน
เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม
ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอา
วันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย
ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน
ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะ
ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวัน
ขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน
กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก
การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์
ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป
เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ 1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ 2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา 3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก 4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ได้แก่ 1. การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ 2. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร 3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น
กิจกรรมใน วันขึ้นปีใหม่
วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี จะมีการทำบุญตักบาตรและอุทิศส่วนกุศลผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ฟังเทศน์ ปล่อยปลา ปล่อยนก อวยพรซึ่งกันและกัน หรืออาจจะส่งการ์ดบัตรอวยพร ของขัวญไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรับพร และสรงน้ำพระพุทธรูป ประดับธงชาติ และจะเตรียมทำ
ที่มา : www.tlcthai.com
คำอวยพรปีใหม่(ไทย/อังกฤษ) เก๋ๆ เท่ห์
Greetings of the New Year. Wishing you all success in the next.
สวัสดีปีใหม่ขออวยพรให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆสิ่งในปีใหม่นี้
A toast to the New Year. May all your resolutions become completed projects.
ดื่มอวยพรฉลองปีใหม่ ขออวยพรให้สิ่งที่ท่านตั้งใจไว้จงสมหวัง
Happy New Year! Thinking of you as we begin anew.
สวัสดีปีใหม่คิดถึงคุณในปีใหม่นี้
We wish you a holiday season that is filled with wonder and delight!
เราขออวยพรให้เทศกาลวันหยุดของคุณเติมเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และความเบิกบานใจ
A hope for one world family. From ours to yours.
ปรารถนาให้โลกมีสันติ สำหรับครอบครัวคุณ ...จากเรา
One of my favorite gifts is hearing from you. Greetings of the season to you and yours.
ของขวัญลํ้าค่าคือการทราบข่าวคราวจากคุณเทศกาลแห่งอวยพรนี้จงเป็นของคุณและครอบครัว
Season's greetings. Our best to you during the holidays.
เทศกาลส่งความสุขนี้ขอส่งความปรารถนาดีจากเราถึงคุณ
Happy holidays! Wishing you all the joys of the season. Happy holidays!
ขออวยพรให้คุณมีความปีติยินดีตลอดทั้งปี
HAPPY HOLIDAYS! Have a joyous Christmas and a festive New Year! Happy holidays!
ขอให้มีความปีติยินดีในวันคริสต์มาสและรื่นเริงในวันปีใหม่
Merry Christmas and Happy New Year. Hope the season finds you in good cheer.
Merry Christmas and Happy New Year
ขออวยพรให้ท่านได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ
Christmas Greetings Wishing you a prosperous New Year! Christmas Greetings
ขออวยพรให้ท่านจงเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูตลอดปีใหม่
Season's Greetings-- May love and laughter fill your life at Christmas and throughout the New Year.
เทศกาลแห่งการอวยพร ขออวยพรให้ความรัก และเสียงหัวเราะเติมเต็มชีวิตของคุณ ในวันคริสต์มาสตลอดไปถึงวันปีใหม่
Christmas Cold weather and warm feelings
คริสต์มาสอากาศที่เหน็บหนาวและความรู้ที่อบอุ่น
My wishes for Christmas: 1. Joy to the world 2. Good will toward men 3. Pizza on Earth!
สิ่งที่ฉันปรารถนาในวันคริสต์มาสนี้ 1. คนทั่วโลกมีความสุข 2. ผู้คนอยู่กันอย่างสันติ 3.มีพิชซ่าให้กิน (โจ๊ก)
ที่มา : http://www.igetweb.com/
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

