วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ศัพท์ต่างๆเกี่ยวกับ Anime ใครไม่เข้าใจเวลาดูอนิเมะ ลองอ่านดู
ปาหมอน - ฉากจบในตำนานของการ์ตูนเรื่องชาร์แมนคิงที่อุตส่าห์แต่งมาตั้งนาน สนุกและมีรวมเล่มเป็นสามสิบสี่สิบเล่ม แต่ตอนจบดันจบแบบไม่เคลียร์ ด้วยการปาหมอน ในตอนสุดท้าย
Animal (แอนนิมอล) -ตรงตัวเลย สายสัตว์เห็นๆ มีมากจนแทบล้นในเรื่อง วันพีซAnime (อนิเมะ) - ย่อมาจากอนิเมชั่น หมายถึงภาพเคลื่อนไหว ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า CartoonฺBit@nime (บิทอนิเม) - แหล่งแจกอนิเมขนาดใหญ่ของไทยเช่นเดียวกับ Tirkx แต่จะแจกในรูปของ Torrent
ฺBitshoujo (บิทโชโจ) - เป็นเกมแนวเกมสาวน้อยน่ารักแต่บางเกมมีภาพที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนดังนั้นจึงมีบางเกมถูกควบคุมให้ขายเฉพาะคนที่อายุเกิน 18 ปี เท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถที่จะแยกแยะและควบคุมตัวเองได้
Censored (เซ็นเซอร์) - การปิดบังซ่อนเร้น เหยื่อที่โดนมักเป็นหนังสือและVCDการ์ตูนChange (เชนจ์) - พวกที่ชอบในด้านการแปลงเพศ สลับเพศ(แต่อาจจะหมายถึงพวกชอบแปลงร่างก็ได้) - เช่น รันม่า1/2 อุลตร้าแมนจตุคามของโอตาคุK Kinniku (คินนิคุ) -พวกที่ชอบจนถึงคลั่งไคล้ในมนุยษ์จำพวกที่มีกล้ามใหญ่ๆ - เช่น เคนชิโร่บากิ คินนิคุแมน ดราก้อนบอล - (โดยส่วนใหญ่ โอตาคุจะเกลียดแนวนี้มากแต่ไม่มีผลอะไรกับเกรียน)
Chounyou(โชเนียว) - พวกนิยมผู้หญิงโนตมๆ โนตมจริงๆ นะไม่เห็นกับตาไม่รู้หรอก - -" มักอยู่ควบคู่กับ Hบางทีอาจจะเห็นว่ามีการวาด fanart แนว C ตามเว็บ H(ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว) เตือนไว้ก่อนเลยว่าโนมันไม่ตมธรรมดา
Computer - พวกชอบแนวคอมพิวเตอร์ที่คล้ายๆ กับมนุษย์(ตูก็ชอบ) อาจเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดีด้วย มีทั้งเป็นโปรแกรมและเป็นตัวเป็นตนในโลกความจริง - เช่น Chobits และ AI love(ดูเหมือนคอมชายจะไม่ค่อยมี)
Coslover (คอสเลิฟเวอร์) -มีความหมายเหมือนเลเยอร์ทุกอย่างแต่จะใช้กับพวกหน้าตาไม่ดีบางทีหน้าตาบางคนอาจจะเหมือนแรงงานอพยพแต่อยากแต่งคอสเป็นพระเอกนางเอกของเรื่องที่ตัวเองชื่นชอบ
Cosplay (คอสเพลย์) - ย่อมาจากคำว่า Costume Playingหมายถึงการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครหรือตัวการ์ตูนต่างๆที่ชื่นชอบการคอสเพลย์โดยการคอสทั้งตัวตั้งแต่เสื้อผ้ายันทรงผม หรือถือดาบที่ทำเองอย่างเดียวเดินร่อนรอบงานถือว่าเป็นปมด้อยของผู้คอสนั้นๆ (ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า )
Doujin, Doujinshi (โดจินชิ) - ของทำมือ เช่นการ์ตูนทำมือซอร์ฟเกมส์สร้างเอง พวงกุญแจ ฯลฯ แต่มักใช้หมายถึงการ์ตูนทำมือโดจินพวกนี้มักจะมีราคาแพงเพราะทำออกมาจำกัดมีหน้าปกและกระดาษอย่างดีถ้าพวกที่ซีร็อกซ์เอาจะถูกหน่อยแต่จำนวนหน้าและลายเส้นไม่ได้ดีกว่าพวกการ์ตูนเล่มละ 40 เลยหลังๆถ้าพูดถึงโดจินมักจะถูกเหมารวมว่าเป็นการ์ตูนโป๊(H-Doujin) ซะมากกว่า
DVD -สื่อรูปแบบหนึ่งราคาสูงกว่า VCD ถึง 3เท่าเพื่อเอาเสียงพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นแน่นอนว่าคุณภาพของภาพและเสียงย่อมดีกว่า VCD เช่นกันEcchi(เอ็ตจิ) - ลามกเล็กๆ ทะลึ่งหน่อยๆ
Fansub (แฟนซับ) - การ์ตูนแปล, สิ่งผิดกฏหมายที่ทำให้ถูกต้องโดยการเอามาเผยแพร่ในประเทศที่ไม่มีลิขสิทธิ์
Fetishism (เฟติชม์) - คือ พวกชอบสิ่งของหรือเครื่องแต่งกายเพศตรงข้าม รวมไปถึงพวกชอบแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มต่างๆ (ชุดตำรวจ ชุดนางพยาบาล etc.)
Figure (ฟิกเกอร์) - โมเดลลงสีสำเร็จราคาแพงขนาดใหญ่ ส่วนมากราคาตกประมาณ 1500 บาทขึ้นไป
Futanari (ฟูตานาริ) -คือ พวกที่นิยมชมชอบพวกมนุษย์สองเพศ กล่าวคือพวกผู้หญิงที่มีตุ้มน้อยนั่นเอง อาจเรียกอีกชื่อว่า Dick Girl
Gardian (การ์เดี้ยน) - องครักษ์พิทักษ์ไอดอลมีทั้งแบบร้องขอและแบบไม่ร้องขอโดยอย่างหลังส่วนมากเป็นพวกโอตาคุชายโรคจิตที่ชื่นชอบเป็นแฟนคลับของไอดอลคนนั้นๆ
Gothic (โกธิค) - พวกเป็นปลื้มกับชุดสีทึบๆ เป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่ ขาว ดำ แดงGuRo (กูโระ) - พวกที่ชอบการชำแหละ เลือด ฆ่า เครื่องใน ไส้Harem (ฮาเร็ม)- สายนี้จะเป็นพวกชอบอยู่ห้อมล้อมด้วยสาวๆ สวยน่ารักมากมายแถมด้วยทุกคนมารุมรักอีก - เช่น เนกิมะ
Hentai (เฮ็นไท)) -โรคจิต, ลามก ใช้เติมสรรพนามเพื่อเพิ่มความหมายคำว่าโป๊ เช่น H-Doujin (โดจินโป๊), H-Anime (การ์ตูนโป๊), H-Game (เกมส์โป๊) ฯลฯ
Holy (โฮลี่) - ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้ย่อแนวของการ์ตูนประเภทต่างๆ หลักๆคือ 4 ตัวนี้ ( 4 ธาตุหลักสายพลัง H - O - L - Y)
Idol (ไอดอล) - คำแสดงยศชั้นสูงของเลเยอร์ เมื่อคอสเพลย์หลายๆครั้งเข้าจนคนจำได้และ + กับมีหน้าตาดีกว่าปกติ จะได้เลื่อนยศมาเป็น Idol ได้
Incest (อินเซสต์) - รักต้องห้าม รักระหว่างสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง)
Inumimi (อินุมิมิ) คล้ายๆกับ Nekomimi แต่จะเป็น หูหมาหางหมาแทน - ใครชอบอินุยาฉะรู้ตัวซะว่า....
JIN (จิ้น) -มาจากคำว่า Imagine(อิเมจิ้น) แปลว่าจินตนาการใช้กับวงการ Yโดยผู้ใช้สามารถจิ้นให้ตัวละครนึงไปมีอะไรกับตัวละครเพศเดียวกันทั้งๆที่เนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้มีอะไรกันเลยได้
Kachapong (กาจาปอง ) - มาจากคำว่า "กาจ๊างเสียงตอนโมเดลบรรจุไข่ตกลงมา " เป็นฟิกเกอร์ลงสีสำเร็จบรรจุไข่ราคาถูกกว่าฟิกเกอร์ประเภทข้างบนมาก ตกลูกละ 80 บาท มีเป็นชุดชุดละประมาณ5-6 ตัวบางชุดจะมีตัวลับซ่อนอยู่ด้วย
Kemono (เคโมโนะ หรือ เคโมะ) - คนที่ชอบ พวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคนมากกว่าสัตว์ ยืนได้ พูดได้ เป็นต้น
Layer (เลเยอร์) - ย่อมากจาก Cosplayer แปลว่านักคอสเพลย์จะคอยไปคอสเพลย์ตามงานการ์ตูนเพื่อให้คนอื่นจำได้(ครั้งสองครั้งจึงไม่นับว่าเป็น Layer)ส่วนใหญ่เป็นพวกฐานะดีบ้านมีอันจะกิน เพราะชุดคอสราคาแต่ละชุดส่วนมาก 1000บาทขึ้นไปและไม่ค่อยซ้ำในแต่ละงาน
License (ไลเซ่น) - ลิขสิทธิ์,คำศัพท์ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยเจ้าของจะสามารถทำกับมันอย่างไรก็ได้ซึ่งที่ทำให้คนทั่วไปอดดู และหันไปสั่งตรงจากต่างประเทศ
Lolicon (โลลิคอน) - ชอบเด็กหญิงถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้(แต่ก็มีคนจัดเกณฑ์ว่า จะอยู่ที่อายุ10 - 14 ปี หรือหญิงสาวที่มีความสูงไม่เกิน 150 - 155 ซ.ม.รูปร่างขนาดไม่เกี่ยวขอให้น่ารัก )
Lolita (โลลิต้า) - พวกนิยมชุดสาวน้อยสีหวาน แนวๆ คุณหนูไฮโซ ประมาณยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19 เช่นกัน มีโบว์และพู่ฟ่องๆ เยอะๆบางพวกนิยมนำมาผสมกับข้างบน ออกมาเป็นคุณหนู... (ปัจจุบันมีคนสับสนระหว่าง Gothic กับ Lolita กันเยอะ คนละอย่างนะจ๊ะ)
Mahou (มาโฮะ) - กลุ่มคนที่ชอบสาวน้อยเวทมนต์ - อันนี้แน่นอนโดเรมี และ นาโนะฮะ (ซึ่งมิได้หมายถึงโดเรมี่จากเรื่องโดเรม่อนแต่อย่างใด)
Maid (เมด) -กลุ่มคนที่ชอบชุดสาวใช้ สาวเสิร์ฟ ชุดเมดอะไรก็ได้ที่มีผ้ากันเปื้อน หรืออาจจะมีแต่ผ้ากันเปื้อนก็ได้ชุดส่วนใหญ่เอามาจากยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19
Manga (มังหงะ) - หมายถึงหนังสือการ์ตูน ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า Comic
Megami (เมก้ามิ หรือ เมงามิ ) - พวกชอบเทพธิดา นางฟ้า ชาวสวรรค์ อะไรเทือกนี้
Megane (เมก้าเนะ) - สมาคมที่มีอยู่เพิ่มไม่ให้ แว่นตาหายไปจากโลกนี้ (พวกชอบหนุ่มสาวที่ใส่แว่น)และรังเกียจคอนแทคท์เลนส์ยิ่งนัก มีสโลแกนประจำกลุ่มเป็นที่เลื่องลือว่า"สาวแว่น สุดยอดดดดดดดดดด!!!"
Miko (มิโกะ) -กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ชอบสตรีในชุดขาวแดง (มิโกะ เป็น ผู้รับใช้พระเจ้าเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้า)บางครั้งมีการเพี้ยนออกไปในรูปแบบของชุดนักบวชในศาสนาอื่นก้อมีอยู่บ้างประปราย เช่น ชีเปลือย
Mimi (มิมิ) - พวกคลั่งหู จะรวมๆใน พวกหูแมว หมา กา ไก่ (เฮ้ยๆ)
Moe (โมเอะ = โมมมมม-เอ่อ่อ่อ่อ่) - ถ้าใครอ่าน comic partyจะเคยเห็นคำนี้ตอนที่โอตาคุผู้ชายตะโกนเมื่อนเห็นมิซึกิแต่งคอสเพลย์ใช่แล้วล่ะพี่น้อง! โมเอะเป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงน่ารักๆ ออกจะสับสนกับ Lพอสมควร แต่โมเอะไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กกว่าเรา ดังนั้นโอตาคุผู้ชายหลายคนจะบ้าโมเอะกัน บางคนให้คำนิยามของคำว่าโมเอะว่าความรักใคร่อันวิปริตของโอตาคุ
Nekomimi (เนโกะมิมิ) กลุ่มคนที่คลั่งไคล้ หูแมว และหางแมว
Nice Boat -มาจากอนิเมะเรื่องสคูลเดย์ในเวลาก่อนที่จะฉายตอนสุดท้ายนั้นมีเหตุฆาตกรรมลูกสาวฆ่าพ่อด้วยการจามขวานที่คอ จึงทำให้ผู้ฉายคิดว่าอาจจะโดนข้อหาเป็นเหตุยุยงให้เกิดอาชญากรรมขึ้นมาเลยจัดการแก้ปัญหาโดยการเอาภาพเรือมาให้ดูแทน
Obacon (โอบาคอน) - ผู้ที่ชอบคนที่มีอายุมากกว่า, นมโต --- Ojicon (โอจิคอน) ผู้ที่ชอบชายแก่ ตรงข้ามกะ Shotacon
OVA (โอวีเอ) - Original Video Animation เป็นพวก Anime ที่ไม่ฉายทาง TV แต่ทำ VCD / DVD ขายเลย
Pirate (ไพเรท) - ของไม่มีลิขสิทธิ์ ของขโมยมา ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนหน้าปกมักจะยั่วยุกามรมณ์แต่ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
Politics(โพลิทติคส์) - แนวล้อเลียนการเมือง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโดจิน
Pramool Webboard (ประมูลเว็บบอร์ด) -แหล่งพูดคุย(สื่อสาร)อีกแหล่งของโอตาคุ เป็นลักษณะค่อนข้างสาธารณะโดยแบ่งเป็นห้องๆให้คนมาตั้งหัวข้อเรื่องต่างๆ เพื่อมาพูดคุยแสดงความคิดเห็น รวมทั้งทะเลาะระหว่างสมาชิกบอร์ดด้วยกัน
Psycho (ไซโค) -ความหมายตรงตัวหมายถึงพวกที่โรคจิตๆเล็กน้อยถึงปานกลางอีกความหมายหนึ่งหมายถึงพวกพลังจิตร คาแรคเตอร์พวกโรคจิตรอ่อนๆนี้อาจไม่พบเห็นได้มากนักยกตัวอย่างที่ดังๆก็เช่น L แห่งเดธโน๊ต เขาคนนี้ก็ติดเชื้อ P เหมือนกันส่วนคาแรกเตอร์มนุษย์พลังจิตร เช่นสามพลังป่วนพิทักษ์โลก(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง)ไซโคบลาสเตอร์(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง) โคอิทซึม(ฮารุฮิ) ไซโครเมทเรอเอย์จิ(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง)
Ranger (เรนเจอร์) - สายเพื่อนสนิท -นี้ถ้าไม่รักกันจริงคงอยู่ด้วยกันไม่ได้คนที่อยู่สายนี้จะไม่พยายามที่จะอยู่ตัวคนเดียวเป็นอันขาดและจะทำการจับกลุ่ม 3-5 คนเข้าไว้โดยมีการกำหนดสีกันอย่างชัดเจนโดยอ้างว่าเวลาอยู่คนเดียวไม่สามารถเรียกหุ่นยนต์ออกมาได้ ซึ่งหากรวมๆกับไรเดอร์แล้ว ก็จะถูกเรียกว่า Live Action Hero
Rape (เรพ) - พวกที่ชอบการข่มขืนกระทำชำเราประเภทฉีกเสื้อผ้า
Ren-Ai(เรนไอ) - เกมส์จีบสาว, H-เกมส์ แม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุชายก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ
Rider(ไรเดอร์) หรือ Masked Rider (มาสก์ ไรเดอร์) หรือKamen Rider(คาเมน ไรเดอร์) -สายนี้ค่อนข้างแยกตัวออกเป็นเอกเทศจากสายอื่นเนื่องจากภูมิใจในประวัติอันยาวนานของตนเองเเละพัฒนาการที่ก้าวหน้าจากฮีโร่ไร้สาระกลายเป็นฮีโร่เพื่อชีวิต-สร้างสรรค์สังคม-เน้นความรัก และเลิกกระโดดถีบโดยหันมาใช้ดาบและปืนมือถือ ติดการ์ดในการต่อสู้เเทนโดยที่ยังคงอยู่คือท่าแปลงร่างที่คนในสายนี้จะจำได้หมดไม่ว่ามันจะออกมากี่ตัวต่อกี่ตัวก้อเถอะ -ช่วงหลังๆออกมาเยอะถึงขนาดตั้งทีมฟุตบอลได้ทีเดียวเชียว
Robot(โรบอท )-กลุ่มคนที่บ้าความเป็นเครื่องจักรกลอย่างเข้าไส้ ซึ่งสามารถที่จะบอกรุ่นความสามารถสรรถนะของหุ่นทุกตัวในโลกออกมาได้ซึ่งสายนี้ค่อนข้างแยกได้ชัดโดยมี กันดั้ม เป็นผู้นำลัทธิ รองลงมาคือเอวังเกย์เหลี่ยม - เรียกอีกอย่างว่า Mecha (หุ่นยนต์)
-Real Robot (เรียลโรบอท) หุ่นยนต์ที่อิงถึงหลักความเป็นจริงในทางวิทยาศาสตร์
-Super Robot (ซูปเปอร์โรบอท)หุ่นยนต์ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เช่นมีพลังอภินิหารแปลงร่างได้ หยิบกาแล็กซี่โยนใส่กันได้ เป็นต้น
Shojo (โชโจ) - การ์ตูนผู้หญิงทั่วๆไป
Shojo-ai (โชโจไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างหญิงกะหญิง[ไม่ติดเรท] -จัดอยู่ในสายขาวเช่นกันแม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุหญิงก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ
Shonen (โชเน็น) -การ์ตูนผู้ชายทั่วๆไป
Shotacon (โชตะคอน) - ชอบเด็กชาย ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้เช่นกัน
Silent (ไซเลนท์) - สายนี้จะเป็นพวกที่ชอบตัวละครพูดน้อยไม่พูดเลยยิ่งชอบ (แต่ไม่ได้เป็นใบ้นะ --)และส่วนมากสายนี้ก็จะทำหน้าตาเหมือนคนอมทุกข์ไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกมาให้เห็น (หรือเรียกว่าหน้าตายก็ได้)
Siscon (ซิสคอน) - พวกบ้าพี่ชายน้องสาว [ในสายเลือดรึตามกฎหมาย]
Spoiler (สปอยล์เลอร์ หรือ สปอยล์) - การเล่าเรื่อง การเล่าฉากสำคัญๆ ก่อนที่จะรู้ ส่วนใหญ่มักจะมาช่วงที่ตอนใหม่ออกหมาดๆ
Sport - สายนี้ค่อนข้างจะบ้าพลังเอามันทุกอย่างกูจะเล่นกีฬาทุกประเภท ซ้ำยังมีท่าไม้ตายเวลาจะเล่นอีก เอาก๊ะมันดิเคยมีเพื่อนคนนึงมันทดลองจะเตะลูกจากครึ่งสนามไปที่โกลตามแบบซึบาสะ มันบ้า- คำเตือนเวลาเล่นกีฬากะไอ้พวกนี้กรุณาเอาที่อุดหูมาด้วยเพราะเสียงดังน่ารำคาญยิ่งนัก
Tentacle (เทนตาเคิล) -ผู้ที่ชอบพวกประเภทหนวดๆ สิ่งที่เป็นเส้นๆ ทั้งหลายแหล่ มักจะปรากฏอยู่ในเกมส์โป๊ เพื่อข้อมูลปกปิด
Tirkx (ตุรกี) - แหล่งรวมอนิเมะโหลดตรง กรุณาอย่าเผยลิงค์ในที่สาธาระ!
Twincest (ทวินเซสต์) - ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทวิน ใช่แล้ว ความรักของฝาแฝดนั่นเอง อันนี้ค่อนข้างจะสับสนกับ Incest ซักหน่อย คาดว่าคงแตกย่อยออกมา
Usagimimi (อุซาหงิมิมิ) คล้ายๆกับ Nekomimi แต่เป็นหูกระต่าย
VCD -สื่อรูปแบบหนึ่งที่นำออกมาขายเพื่อทดลองว่าจะทำออกมาเป็น DVD ดีหรือเปล่า,สื่อราคาถูกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการการ์ตูนโดยไม่ใส่ใจการพากย์และคุณภาพมากนัก
Wet (เว็ท) - สายนี้จะชอบแนวความเปียกชื้นเปื้อนเปรอะเลอะไปทั้งหน้าและตา ( อะไรเปียกๆ -*- น้ำอะไรหว่า... )
Y Yaoi (ยาโอย) - กลุ่มสงวนพันธุ์ป่าไม้(เดียวกัน) ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันชาย แบ่งสายได้ 2 สายคือ
- Seme YAOI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบเข้าทางข้างหลัง
- Uke YAOI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำทางด้านหลัง
Shonen-ai (โชเน็นไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายกะชาย [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวนะ
Y Yuri (ยูริ) - สมาคมอนุรักษ์ดนตรีไทย ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันหญิง แบ่งได้ 2 สายเช่นกัน
- Seme YURI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบแสดงตัวเป็นชาย
- Uke YURI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำโดยเพศเดียวกัน
ที่มา : http://animexplus.com/board/viewthread.php?tid=284&extra=page%3D1
ปาหมอน - ฉากจบในตำนานของการ์ตูนเรื่องชาร์แมนคิงที่อุตส่าห์แต่งมาตั้งนาน สนุกและมีรวมเล่มเป็นสามสิบสี่สิบเล่ม แต่ตอนจบดันจบแบบไม่เคลียร์ ด้วยการปาหมอน ในตอนสุดท้าย
Animal (แอนนิมอล) -ตรงตัวเลย สายสัตว์เห็นๆ มีมากจนแทบล้นในเรื่อง วันพีซAnime (อนิเมะ) - ย่อมาจากอนิเมชั่น หมายถึงภาพเคลื่อนไหว ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า CartoonฺBit@nime (บิทอนิเม) - แหล่งแจกอนิเมขนาดใหญ่ของไทยเช่นเดียวกับ Tirkx แต่จะแจกในรูปของ Torrent
ฺBitshoujo (บิทโชโจ) - เป็นเกมแนวเกมสาวน้อยน่ารักแต่บางเกมมีภาพที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนดังนั้นจึงมีบางเกมถูกควบคุมให้ขายเฉพาะคนที่อายุเกิน 18 ปี เท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถที่จะแยกแยะและควบคุมตัวเองได้
Censored (เซ็นเซอร์) - การปิดบังซ่อนเร้น เหยื่อที่โดนมักเป็นหนังสือและVCDการ์ตูนChange (เชนจ์) - พวกที่ชอบในด้านการแปลงเพศ สลับเพศ(แต่อาจจะหมายถึงพวกชอบแปลงร่างก็ได้) - เช่น รันม่า1/2 อุลตร้าแมนจตุคามของโอตาคุK Kinniku (คินนิคุ) -พวกที่ชอบจนถึงคลั่งไคล้ในมนุยษ์จำพวกที่มีกล้ามใหญ่ๆ - เช่น เคนชิโร่บากิ คินนิคุแมน ดราก้อนบอล - (โดยส่วนใหญ่ โอตาคุจะเกลียดแนวนี้มากแต่ไม่มีผลอะไรกับเกรียน)
Chounyou(โชเนียว) - พวกนิยมผู้หญิงโนตมๆ โนตมจริงๆ นะไม่เห็นกับตาไม่รู้หรอก - -" มักอยู่ควบคู่กับ Hบางทีอาจจะเห็นว่ามีการวาด fanart แนว C ตามเว็บ H(ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว) เตือนไว้ก่อนเลยว่าโนมันไม่ตมธรรมดา
Computer - พวกชอบแนวคอมพิวเตอร์ที่คล้ายๆ กับมนุษย์(ตูก็ชอบ) อาจเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดีด้วย มีทั้งเป็นโปรแกรมและเป็นตัวเป็นตนในโลกความจริง - เช่น Chobits และ AI love(ดูเหมือนคอมชายจะไม่ค่อยมี)
Coslover (คอสเลิฟเวอร์) -มีความหมายเหมือนเลเยอร์ทุกอย่างแต่จะใช้กับพวกหน้าตาไม่ดีบางทีหน้าตาบางคนอาจจะเหมือนแรงงานอพยพแต่อยากแต่งคอสเป็นพระเอกนางเอกของเรื่องที่ตัวเองชื่นชอบ
Cosplay (คอสเพลย์) - ย่อมาจากคำว่า Costume Playingหมายถึงการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครหรือตัวการ์ตูนต่างๆที่ชื่นชอบการคอสเพลย์โดยการคอสทั้งตัวตั้งแต่เสื้อผ้ายันทรงผม หรือถือดาบที่ทำเองอย่างเดียวเดินร่อนรอบงานถือว่าเป็นปมด้อยของผู้คอสนั้นๆ (ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า )
Doujin, Doujinshi (โดจินชิ) - ของทำมือ เช่นการ์ตูนทำมือซอร์ฟเกมส์สร้างเอง พวงกุญแจ ฯลฯ แต่มักใช้หมายถึงการ์ตูนทำมือโดจินพวกนี้มักจะมีราคาแพงเพราะทำออกมาจำกัดมีหน้าปกและกระดาษอย่างดีถ้าพวกที่ซีร็อกซ์เอาจะถูกหน่อยแต่จำนวนหน้าและลายเส้นไม่ได้ดีกว่าพวกการ์ตูนเล่มละ 40 เลยหลังๆถ้าพูดถึงโดจินมักจะถูกเหมารวมว่าเป็นการ์ตูนโป๊(H-Doujin) ซะมากกว่า
DVD -สื่อรูปแบบหนึ่งราคาสูงกว่า VCD ถึง 3เท่าเพื่อเอาเสียงพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นแน่นอนว่าคุณภาพของภาพและเสียงย่อมดีกว่า VCD เช่นกันEcchi(เอ็ตจิ) - ลามกเล็กๆ ทะลึ่งหน่อยๆ
Fansub (แฟนซับ) - การ์ตูนแปล, สิ่งผิดกฏหมายที่ทำให้ถูกต้องโดยการเอามาเผยแพร่ในประเทศที่ไม่มีลิขสิทธิ์
Fetishism (เฟติชม์) - คือ พวกชอบสิ่งของหรือเครื่องแต่งกายเพศตรงข้าม รวมไปถึงพวกชอบแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มต่างๆ (ชุดตำรวจ ชุดนางพยาบาล etc.)
Figure (ฟิกเกอร์) - โมเดลลงสีสำเร็จราคาแพงขนาดใหญ่ ส่วนมากราคาตกประมาณ 1500 บาทขึ้นไป
Futanari (ฟูตานาริ) -คือ พวกที่นิยมชมชอบพวกมนุษย์สองเพศ กล่าวคือพวกผู้หญิงที่มีตุ้มน้อยนั่นเอง อาจเรียกอีกชื่อว่า Dick Girl
Gardian (การ์เดี้ยน) - องครักษ์พิทักษ์ไอดอลมีทั้งแบบร้องขอและแบบไม่ร้องขอโดยอย่างหลังส่วนมากเป็นพวกโอตาคุชายโรคจิตที่ชื่นชอบเป็นแฟนคลับของไอดอลคนนั้นๆ
Gothic (โกธิค) - พวกเป็นปลื้มกับชุดสีทึบๆ เป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่ ขาว ดำ แดงGuRo (กูโระ) - พวกที่ชอบการชำแหละ เลือด ฆ่า เครื่องใน ไส้Harem (ฮาเร็ม)- สายนี้จะเป็นพวกชอบอยู่ห้อมล้อมด้วยสาวๆ สวยน่ารักมากมายแถมด้วยทุกคนมารุมรักอีก - เช่น เนกิมะ
Hentai (เฮ็นไท)) -โรคจิต, ลามก ใช้เติมสรรพนามเพื่อเพิ่มความหมายคำว่าโป๊ เช่น H-Doujin (โดจินโป๊), H-Anime (การ์ตูนโป๊), H-Game (เกมส์โป๊) ฯลฯ
Holy (โฮลี่) - ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้ย่อแนวของการ์ตูนประเภทต่างๆ หลักๆคือ 4 ตัวนี้ ( 4 ธาตุหลักสายพลัง H - O - L - Y)
Idol (ไอดอล) - คำแสดงยศชั้นสูงของเลเยอร์ เมื่อคอสเพลย์หลายๆครั้งเข้าจนคนจำได้และ + กับมีหน้าตาดีกว่าปกติ จะได้เลื่อนยศมาเป็น Idol ได้
Incest (อินเซสต์) - รักต้องห้าม รักระหว่างสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง)
Inumimi (อินุมิมิ) คล้ายๆกับ Nekomimi แต่จะเป็น หูหมาหางหมาแทน - ใครชอบอินุยาฉะรู้ตัวซะว่า....
JIN (จิ้น) -มาจากคำว่า Imagine(อิเมจิ้น) แปลว่าจินตนาการใช้กับวงการ Yโดยผู้ใช้สามารถจิ้นให้ตัวละครนึงไปมีอะไรกับตัวละครเพศเดียวกันทั้งๆที่เนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้มีอะไรกันเลยได้
Kachapong (กาจาปอง ) - มาจากคำว่า "กาจ๊างเสียงตอนโมเดลบรรจุไข่ตกลงมา " เป็นฟิกเกอร์ลงสีสำเร็จบรรจุไข่ราคาถูกกว่าฟิกเกอร์ประเภทข้างบนมาก ตกลูกละ 80 บาท มีเป็นชุดชุดละประมาณ5-6 ตัวบางชุดจะมีตัวลับซ่อนอยู่ด้วย
Kemono (เคโมโนะ หรือ เคโมะ) - คนที่ชอบ พวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคนมากกว่าสัตว์ ยืนได้ พูดได้ เป็นต้น
Layer (เลเยอร์) - ย่อมากจาก Cosplayer แปลว่านักคอสเพลย์จะคอยไปคอสเพลย์ตามงานการ์ตูนเพื่อให้คนอื่นจำได้(ครั้งสองครั้งจึงไม่นับว่าเป็น Layer)ส่วนใหญ่เป็นพวกฐานะดีบ้านมีอันจะกิน เพราะชุดคอสราคาแต่ละชุดส่วนมาก 1000บาทขึ้นไปและไม่ค่อยซ้ำในแต่ละงาน
License (ไลเซ่น) - ลิขสิทธิ์,คำศัพท์ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยเจ้าของจะสามารถทำกับมันอย่างไรก็ได้ซึ่งที่ทำให้คนทั่วไปอดดู และหันไปสั่งตรงจากต่างประเทศ
Lolicon (โลลิคอน) - ชอบเด็กหญิงถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้(แต่ก็มีคนจัดเกณฑ์ว่า จะอยู่ที่อายุ10 - 14 ปี หรือหญิงสาวที่มีความสูงไม่เกิน 150 - 155 ซ.ม.รูปร่างขนาดไม่เกี่ยวขอให้น่ารัก )
Lolita (โลลิต้า) - พวกนิยมชุดสาวน้อยสีหวาน แนวๆ คุณหนูไฮโซ ประมาณยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19 เช่นกัน มีโบว์และพู่ฟ่องๆ เยอะๆบางพวกนิยมนำมาผสมกับข้างบน ออกมาเป็นคุณหนู... (ปัจจุบันมีคนสับสนระหว่าง Gothic กับ Lolita กันเยอะ คนละอย่างนะจ๊ะ)
Mahou (มาโฮะ) - กลุ่มคนที่ชอบสาวน้อยเวทมนต์ - อันนี้แน่นอนโดเรมี และ นาโนะฮะ (ซึ่งมิได้หมายถึงโดเรมี่จากเรื่องโดเรม่อนแต่อย่างใด)
Maid (เมด) -กลุ่มคนที่ชอบชุดสาวใช้ สาวเสิร์ฟ ชุดเมดอะไรก็ได้ที่มีผ้ากันเปื้อน หรืออาจจะมีแต่ผ้ากันเปื้อนก็ได้ชุดส่วนใหญ่เอามาจากยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19
Manga (มังหงะ) - หมายถึงหนังสือการ์ตูน ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า Comic
Megami (เมก้ามิ หรือ เมงามิ ) - พวกชอบเทพธิดา นางฟ้า ชาวสวรรค์ อะไรเทือกนี้
Megane (เมก้าเนะ) - สมาคมที่มีอยู่เพิ่มไม่ให้ แว่นตาหายไปจากโลกนี้ (พวกชอบหนุ่มสาวที่ใส่แว่น)และรังเกียจคอนแทคท์เลนส์ยิ่งนัก มีสโลแกนประจำกลุ่มเป็นที่เลื่องลือว่า"สาวแว่น สุดยอดดดดดดดดดด!!!"
Miko (มิโกะ) -กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ชอบสตรีในชุดขาวแดง (มิโกะ เป็น ผู้รับใช้พระเจ้าเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้า)บางครั้งมีการเพี้ยนออกไปในรูปแบบของชุดนักบวชในศาสนาอื่นก้อมีอยู่บ้างประปราย เช่น ชีเปลือย
Mimi (มิมิ) - พวกคลั่งหู จะรวมๆใน พวกหูแมว หมา กา ไก่ (เฮ้ยๆ)
Moe (โมเอะ = โมมมมม-เอ่อ่อ่อ่อ่) - ถ้าใครอ่าน comic partyจะเคยเห็นคำนี้ตอนที่โอตาคุผู้ชายตะโกนเมื่อนเห็นมิซึกิแต่งคอสเพลย์ใช่แล้วล่ะพี่น้อง! โมเอะเป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงน่ารักๆ ออกจะสับสนกับ Lพอสมควร แต่โมเอะไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กกว่าเรา ดังนั้นโอตาคุผู้ชายหลายคนจะบ้าโมเอะกัน บางคนให้คำนิยามของคำว่าโมเอะว่าความรักใคร่อันวิปริตของโอตาคุ
Nekomimi (เนโกะมิมิ) กลุ่มคนที่คลั่งไคล้ หูแมว และหางแมว
Nice Boat -มาจากอนิเมะเรื่องสคูลเดย์ในเวลาก่อนที่จะฉายตอนสุดท้ายนั้นมีเหตุฆาตกรรมลูกสาวฆ่าพ่อด้วยการจามขวานที่คอ จึงทำให้ผู้ฉายคิดว่าอาจจะโดนข้อหาเป็นเหตุยุยงให้เกิดอาชญากรรมขึ้นมาเลยจัดการแก้ปัญหาโดยการเอาภาพเรือมาให้ดูแทน
Obacon (โอบาคอน) - ผู้ที่ชอบคนที่มีอายุมากกว่า, นมโต --- Ojicon (โอจิคอน) ผู้ที่ชอบชายแก่ ตรงข้ามกะ Shotacon
OVA (โอวีเอ) - Original Video Animation เป็นพวก Anime ที่ไม่ฉายทาง TV แต่ทำ VCD / DVD ขายเลย
Pirate (ไพเรท) - ของไม่มีลิขสิทธิ์ ของขโมยมา ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนหน้าปกมักจะยั่วยุกามรมณ์แต่ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
Politics(โพลิทติคส์) - แนวล้อเลียนการเมือง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโดจิน
Pramool Webboard (ประมูลเว็บบอร์ด) -แหล่งพูดคุย(สื่อสาร)อีกแหล่งของโอตาคุ เป็นลักษณะค่อนข้างสาธารณะโดยแบ่งเป็นห้องๆให้คนมาตั้งหัวข้อเรื่องต่างๆ เพื่อมาพูดคุยแสดงความคิดเห็น รวมทั้งทะเลาะระหว่างสมาชิกบอร์ดด้วยกัน
Psycho (ไซโค) -ความหมายตรงตัวหมายถึงพวกที่โรคจิตๆเล็กน้อยถึงปานกลางอีกความหมายหนึ่งหมายถึงพวกพลังจิตร คาแรคเตอร์พวกโรคจิตรอ่อนๆนี้อาจไม่พบเห็นได้มากนักยกตัวอย่างที่ดังๆก็เช่น L แห่งเดธโน๊ต เขาคนนี้ก็ติดเชื้อ P เหมือนกันส่วนคาแรกเตอร์มนุษย์พลังจิตร เช่นสามพลังป่วนพิทักษ์โลก(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง)ไซโคบลาสเตอร์(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง) โคอิทซึม(ฮารุฮิ) ไซโครเมทเรอเอย์จิ(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง)
Ranger (เรนเจอร์) - สายเพื่อนสนิท -นี้ถ้าไม่รักกันจริงคงอยู่ด้วยกันไม่ได้คนที่อยู่สายนี้จะไม่พยายามที่จะอยู่ตัวคนเดียวเป็นอันขาดและจะทำการจับกลุ่ม 3-5 คนเข้าไว้โดยมีการกำหนดสีกันอย่างชัดเจนโดยอ้างว่าเวลาอยู่คนเดียวไม่สามารถเรียกหุ่นยนต์ออกมาได้ ซึ่งหากรวมๆกับไรเดอร์แล้ว ก็จะถูกเรียกว่า Live Action Hero
Rape (เรพ) - พวกที่ชอบการข่มขืนกระทำชำเราประเภทฉีกเสื้อผ้า
Ren-Ai(เรนไอ) - เกมส์จีบสาว, H-เกมส์ แม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุชายก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ
Rider(ไรเดอร์) หรือ Masked Rider (มาสก์ ไรเดอร์) หรือKamen Rider(คาเมน ไรเดอร์) -สายนี้ค่อนข้างแยกตัวออกเป็นเอกเทศจากสายอื่นเนื่องจากภูมิใจในประวัติอันยาวนานของตนเองเเละพัฒนาการที่ก้าวหน้าจากฮีโร่ไร้สาระกลายเป็นฮีโร่เพื่อชีวิต-สร้างสรรค์สังคม-เน้นความรัก และเลิกกระโดดถีบโดยหันมาใช้ดาบและปืนมือถือ ติดการ์ดในการต่อสู้เเทนโดยที่ยังคงอยู่คือท่าแปลงร่างที่คนในสายนี้จะจำได้หมดไม่ว่ามันจะออกมากี่ตัวต่อกี่ตัวก้อเถอะ -ช่วงหลังๆออกมาเยอะถึงขนาดตั้งทีมฟุตบอลได้ทีเดียวเชียว
Robot(โรบอท )-กลุ่มคนที่บ้าความเป็นเครื่องจักรกลอย่างเข้าไส้ ซึ่งสามารถที่จะบอกรุ่นความสามารถสรรถนะของหุ่นทุกตัวในโลกออกมาได้ซึ่งสายนี้ค่อนข้างแยกได้ชัดโดยมี กันดั้ม เป็นผู้นำลัทธิ รองลงมาคือเอวังเกย์เหลี่ยม - เรียกอีกอย่างว่า Mecha (หุ่นยนต์)
-Real Robot (เรียลโรบอท) หุ่นยนต์ที่อิงถึงหลักความเป็นจริงในทางวิทยาศาสตร์
-Super Robot (ซูปเปอร์โรบอท)หุ่นยนต์ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เช่นมีพลังอภินิหารแปลงร่างได้ หยิบกาแล็กซี่โยนใส่กันได้ เป็นต้น
Shojo (โชโจ) - การ์ตูนผู้หญิงทั่วๆไป
Shojo-ai (โชโจไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างหญิงกะหญิง[ไม่ติดเรท] -จัดอยู่ในสายขาวเช่นกันแม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุหญิงก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ
Shonen (โชเน็น) -การ์ตูนผู้ชายทั่วๆไป
Shotacon (โชตะคอน) - ชอบเด็กชาย ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้เช่นกัน
Silent (ไซเลนท์) - สายนี้จะเป็นพวกที่ชอบตัวละครพูดน้อยไม่พูดเลยยิ่งชอบ (แต่ไม่ได้เป็นใบ้นะ --)และส่วนมากสายนี้ก็จะทำหน้าตาเหมือนคนอมทุกข์ไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกมาให้เห็น (หรือเรียกว่าหน้าตายก็ได้)
Siscon (ซิสคอน) - พวกบ้าพี่ชายน้องสาว [ในสายเลือดรึตามกฎหมาย]
Spoiler (สปอยล์เลอร์ หรือ สปอยล์) - การเล่าเรื่อง การเล่าฉากสำคัญๆ ก่อนที่จะรู้ ส่วนใหญ่มักจะมาช่วงที่ตอนใหม่ออกหมาดๆ
Sport - สายนี้ค่อนข้างจะบ้าพลังเอามันทุกอย่างกูจะเล่นกีฬาทุกประเภท ซ้ำยังมีท่าไม้ตายเวลาจะเล่นอีก เอาก๊ะมันดิเคยมีเพื่อนคนนึงมันทดลองจะเตะลูกจากครึ่งสนามไปที่โกลตามแบบซึบาสะ มันบ้า- คำเตือนเวลาเล่นกีฬากะไอ้พวกนี้กรุณาเอาที่อุดหูมาด้วยเพราะเสียงดังน่ารำคาญยิ่งนัก
Tentacle (เทนตาเคิล) -ผู้ที่ชอบพวกประเภทหนวดๆ สิ่งที่เป็นเส้นๆ ทั้งหลายแหล่ มักจะปรากฏอยู่ในเกมส์โป๊ เพื่อข้อมูลปกปิด
Tirkx (ตุรกี) - แหล่งรวมอนิเมะโหลดตรง กรุณาอย่าเผยลิงค์ในที่สาธาระ!
Twincest (ทวินเซสต์) - ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทวิน ใช่แล้ว ความรักของฝาแฝดนั่นเอง อันนี้ค่อนข้างจะสับสนกับ Incest ซักหน่อย คาดว่าคงแตกย่อยออกมา
Usagimimi (อุซาหงิมิมิ) คล้ายๆกับ Nekomimi แต่เป็นหูกระต่าย
VCD -สื่อรูปแบบหนึ่งที่นำออกมาขายเพื่อทดลองว่าจะทำออกมาเป็น DVD ดีหรือเปล่า,สื่อราคาถูกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการการ์ตูนโดยไม่ใส่ใจการพากย์และคุณภาพมากนัก
Wet (เว็ท) - สายนี้จะชอบแนวความเปียกชื้นเปื้อนเปรอะเลอะไปทั้งหน้าและตา ( อะไรเปียกๆ -*- น้ำอะไรหว่า... )
Y Yaoi (ยาโอย) - กลุ่มสงวนพันธุ์ป่าไม้(เดียวกัน) ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันชาย แบ่งสายได้ 2 สายคือ
- Seme YAOI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบเข้าทางข้างหลัง
- Uke YAOI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำทางด้านหลัง
Shonen-ai (โชเน็นไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายกะชาย [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวนะ
Y Yuri (ยูริ) - สมาคมอนุรักษ์ดนตรีไทย ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันหญิง แบ่งได้ 2 สายเช่นกัน
- Seme YURI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบแสดงตัวเป็นชาย
- Uke YURI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำโดยเพศเดียวกัน
ที่มา : http://animexplus.com/board/viewthread.php?tid=284&extra=page%3D1
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สัจธรรมของการ์ตูนญี่ปุ่น
สัจธรรมของการ์ตูนญี่ปุ่น
1. พระเอกที่ท่าทางงี่เง่าหรือน่าสมเพชมักจะเจอเรื่องโชคดีแบบไม่น่าเชื่อ (และน่าอิจฉา) เสมอเช่น นู๋ โนบีตะ ที่อยู่ดีๆ ก็มี โดเรมอน โผล่พรวดออกมาจากลิ้นชักอุราชิมาเคทาโร่ แห่ง บ้านพักอลเวง (Love Hina)ที่อยู่ๆก็ได้รับมรดกเป็นหอพักหญิงที่มีสาวอยู่กันตรึม
2. คู่แข่งพระเอกจะเหมือนเก่งกว่า เท่กว่าพระเอกอยู่เสมอซึ่งพระเอกจะไม่มีวันสู้เลย ยกเว้นจะฮึดสุดๆ หรือฟลุกเด็ดๆเจ้าคู่แข่งคนนั้นถึงจะแพ้ ดูอย่างในเรื่อง ซึบาสะที่จริงๆแล้ว มิสุงิ จุน เก่งกว่า ซึบาสะ เสียอีกในช่วงแรกๆแต่ดันเป็นโรคหัวใจเสียอีกปิศาจจิ้งจอกทามาโมะ ใน มืออสูรล่าปิศาจ ก็เก่งกว่า คุณครูนูเบตั้งเยอะ แต่ก็แพ้ลูกอึดหรือเจ้า ไคบะ เซโตะ ในเรื่อง “เกมส์กลคนอัจฉริยะ” ก็มีการ์ดบลูอายส์ไวท์ดราก้อนตั้งสามใบแต่ก็มักจะไปแพ้ครีโบ้เห่ยๆของยูกิได้บ่อยๆไป
3. แล้วนายตัวข้างต้นที่กล่าวถึงมักจะกลับใจมาเป็นพวกพระเอกภายหลังเสมอโดยจะเหลือคำพูดแก้เกี้ยวประมาณว่า“ข้าร่วมมือกะเอ็งแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะเฟ้ยอย่าลืมว่าเราเป็นศัตรูกัน”(แต่ก็ตามมาช่วยแทบทุกครั้ง บางทีถึงขนาดตายแทนกันได้)
4. เวลาไปเที่ยวตามเกาะ ตามป่า ตามเขาควรเช็คประวัติเพื่อนฝูงที่ไปเที่ยวให้ดีว่ามีใครที่มีประวัติอะไรแปลกๆ เมื่อสี่ซ้าห้าสิบปีก่อนหรือไม่ไม่งั้นเกาะนั้นอาจจะกลายเป็นห้องปิดตายขนาดยักษ์และมีฆาตกรโรคจิตโผล่มาได้แล้วก็จะมีคนพูดขึ้นมาว่า “อ้ะ หรือจะเป็นเรื่องเมื่อสิบปีก่อน...”ให้คนอื่นหน้าซีดกันเล่นๆ
5. คินดะอิจิ ฮาจิเมะ และ เอโดงาวะ โคนัน คือ ตัวซวยและตัวอันตรายของตำรวจญี่ปุ่น ด้วยเจ้าหมอสองคนนี่โผล่ไปที่ไหนมีคนตายแบบแปลกๆทุกรายไป
6. แฟนของเจ้าสองคนข้างบนคุ้นเคยและเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามาไม่ต่ำกว่ายี่สิบศพแต่ทุกครั้งที่เห็นคนตาย เธอก็จะร้องกรี๊ดและเป็นลมได้ทุกครั้ง(น่าจะชินเสียบ้างนะ)
7.ฆาตกรอัจฉริยะที่วางแผนฆาตกรรมซ่อนเงื่อนอย่างแยบยลในห้องปิดตายสารพัดจะลึกลับมักจะพลาดแบบงี่เง่า เช่น ทิ้งก้นบุหรี่หรือกระดุม แหวน หรืออะไรๆที่มันส่อให้โยงถึงตัวเองเอาไว้
8. ตำรวจญี่ปุ่นมีการทำงานที่เปิดกว้างแบบสุดๆยอมให้เด็กตัวกระเปี๊ยกและเด็กมัธยมเข้าถึงหลักฐานฆาตกรรมได้โดยสมบูรณ์
9. ฟองสบู่และหมอกควัน ในการ์ตูนญี่ปุ่นทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอโดยเฉพาะในฉากโรงอาบน้ำคือมันจะคอยลอยไปปิดนายส่วนที่ผู้อ่านอยากเห็นอย่างมิดชิดทุกครั้ง
10. เวลาผู้หญิงแก้ผ้า จะมีเสียง “ฟ้าว” “วืด” “ซ่า” “ผ่าง”“ควับ”หรือ “พรวด” และ ฯลฯออกมาจากส่วนที่พึงสงวนเสมอ
11. การ์ตูนเกี่ยวกับการทำอาหาร จะพบสัจธรรมว่าพระเอกสามารถใช้หม้อหรือกระทะใบย่อมๆแต่ทำอาหารเลี้ยงคนได้ทั้งโตเกียวโดม12. ลูกบอลในการ์ตูนเรื่อง ซึบาสะ นั้น ลอยช้ามากระหว่างเท้าถึงประตูนั้น นักเตะสามารถระลึกความหลังได้กว่าชาติครึ่งประมาณว่ายิงแล้วนึกถึงเพื่อนฝูงญาติโยมและครูอาจารย์ได้โขยงนึงบอลถึงเข้าประตู
13. การ์ตูนเรื่องข้างบน ถ้าเป็นแมตช์สำคัญทีมญี่ปุ่นจะถูกยิงนำไปจนหายห่วง เพื่อรอจังหวะยิงมาจนกระทั่งกลับมานำได้ในนาทีสุดท้ายของการแข่งขันทุกทีไป
14. นางเอกส่วนใหญ่จะเกลียดขี้หน้า หรือไม่ชอบพระเอกมาตั้งแต่ต้นแต่ลึกๆจะแอบเป็นห่วงอยู่เสมอ และจะออกไปในรูปของซ้อมไปห่วงไปมากกว่า
15. ถ้าพระเอกมีเหตุผลที่น่าจะให้เข้าใจผิดกับนางเอก เช่นมีรุ่นน้องมาให้ของขวัญ เดินออกมาจากโรงแรมกับใครหรือมีคนแปลกหน้ามาจุ๊บคุณไม่ต้องห่วง นางเอกเห็นแน่ๆ เห็นกับตาเลยด้วย
16. ถ้ามีการอาบน้ำในห้องสาธารณะหรือบ่อน้ำแร่มีโอกาสถึง 90% ที่ ไม่พระเอกก็นางเอกที่จะลงบ่อหรือเข้าห้องน้ำผิดหรือมาพบภายหลังว่าเป็นบ่ออาบน้ำรวมที่มา : poupeเจ้าของบทความ : ไม่ทราบชื่อ
ที่มาครับ : http://animexplus.com/board/viewthread.php?tid=403&extra=page%3D1
1. พระเอกที่ท่าทางงี่เง่าหรือน่าสมเพชมักจะเจอเรื่องโชคดีแบบไม่น่าเชื่อ (และน่าอิจฉา) เสมอเช่น นู๋ โนบีตะ ที่อยู่ดีๆ ก็มี โดเรมอน โผล่พรวดออกมาจากลิ้นชักอุราชิมาเคทาโร่ แห่ง บ้านพักอลเวง (Love Hina)ที่อยู่ๆก็ได้รับมรดกเป็นหอพักหญิงที่มีสาวอยู่กันตรึม
2. คู่แข่งพระเอกจะเหมือนเก่งกว่า เท่กว่าพระเอกอยู่เสมอซึ่งพระเอกจะไม่มีวันสู้เลย ยกเว้นจะฮึดสุดๆ หรือฟลุกเด็ดๆเจ้าคู่แข่งคนนั้นถึงจะแพ้ ดูอย่างในเรื่อง ซึบาสะที่จริงๆแล้ว มิสุงิ จุน เก่งกว่า ซึบาสะ เสียอีกในช่วงแรกๆแต่ดันเป็นโรคหัวใจเสียอีกปิศาจจิ้งจอกทามาโมะ ใน มืออสูรล่าปิศาจ ก็เก่งกว่า คุณครูนูเบตั้งเยอะ แต่ก็แพ้ลูกอึดหรือเจ้า ไคบะ เซโตะ ในเรื่อง “เกมส์กลคนอัจฉริยะ” ก็มีการ์ดบลูอายส์ไวท์ดราก้อนตั้งสามใบแต่ก็มักจะไปแพ้ครีโบ้เห่ยๆของยูกิได้บ่อยๆไป
3. แล้วนายตัวข้างต้นที่กล่าวถึงมักจะกลับใจมาเป็นพวกพระเอกภายหลังเสมอโดยจะเหลือคำพูดแก้เกี้ยวประมาณว่า“ข้าร่วมมือกะเอ็งแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะเฟ้ยอย่าลืมว่าเราเป็นศัตรูกัน”(แต่ก็ตามมาช่วยแทบทุกครั้ง บางทีถึงขนาดตายแทนกันได้)
4. เวลาไปเที่ยวตามเกาะ ตามป่า ตามเขาควรเช็คประวัติเพื่อนฝูงที่ไปเที่ยวให้ดีว่ามีใครที่มีประวัติอะไรแปลกๆ เมื่อสี่ซ้าห้าสิบปีก่อนหรือไม่ไม่งั้นเกาะนั้นอาจจะกลายเป็นห้องปิดตายขนาดยักษ์และมีฆาตกรโรคจิตโผล่มาได้แล้วก็จะมีคนพูดขึ้นมาว่า “อ้ะ หรือจะเป็นเรื่องเมื่อสิบปีก่อน...”ให้คนอื่นหน้าซีดกันเล่นๆ
5. คินดะอิจิ ฮาจิเมะ และ เอโดงาวะ โคนัน คือ ตัวซวยและตัวอันตรายของตำรวจญี่ปุ่น ด้วยเจ้าหมอสองคนนี่โผล่ไปที่ไหนมีคนตายแบบแปลกๆทุกรายไป
6. แฟนของเจ้าสองคนข้างบนคุ้นเคยและเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามาไม่ต่ำกว่ายี่สิบศพแต่ทุกครั้งที่เห็นคนตาย เธอก็จะร้องกรี๊ดและเป็นลมได้ทุกครั้ง(น่าจะชินเสียบ้างนะ)
7.ฆาตกรอัจฉริยะที่วางแผนฆาตกรรมซ่อนเงื่อนอย่างแยบยลในห้องปิดตายสารพัดจะลึกลับมักจะพลาดแบบงี่เง่า เช่น ทิ้งก้นบุหรี่หรือกระดุม แหวน หรืออะไรๆที่มันส่อให้โยงถึงตัวเองเอาไว้
8. ตำรวจญี่ปุ่นมีการทำงานที่เปิดกว้างแบบสุดๆยอมให้เด็กตัวกระเปี๊ยกและเด็กมัธยมเข้าถึงหลักฐานฆาตกรรมได้โดยสมบูรณ์
9. ฟองสบู่และหมอกควัน ในการ์ตูนญี่ปุ่นทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอโดยเฉพาะในฉากโรงอาบน้ำคือมันจะคอยลอยไปปิดนายส่วนที่ผู้อ่านอยากเห็นอย่างมิดชิดทุกครั้ง
10. เวลาผู้หญิงแก้ผ้า จะมีเสียง “ฟ้าว” “วืด” “ซ่า” “ผ่าง”“ควับ”หรือ “พรวด” และ ฯลฯออกมาจากส่วนที่พึงสงวนเสมอ
11. การ์ตูนเกี่ยวกับการทำอาหาร จะพบสัจธรรมว่าพระเอกสามารถใช้หม้อหรือกระทะใบย่อมๆแต่ทำอาหารเลี้ยงคนได้ทั้งโตเกียวโดม12. ลูกบอลในการ์ตูนเรื่อง ซึบาสะ นั้น ลอยช้ามากระหว่างเท้าถึงประตูนั้น นักเตะสามารถระลึกความหลังได้กว่าชาติครึ่งประมาณว่ายิงแล้วนึกถึงเพื่อนฝูงญาติโยมและครูอาจารย์ได้โขยงนึงบอลถึงเข้าประตู
13. การ์ตูนเรื่องข้างบน ถ้าเป็นแมตช์สำคัญทีมญี่ปุ่นจะถูกยิงนำไปจนหายห่วง เพื่อรอจังหวะยิงมาจนกระทั่งกลับมานำได้ในนาทีสุดท้ายของการแข่งขันทุกทีไป
14. นางเอกส่วนใหญ่จะเกลียดขี้หน้า หรือไม่ชอบพระเอกมาตั้งแต่ต้นแต่ลึกๆจะแอบเป็นห่วงอยู่เสมอ และจะออกไปในรูปของซ้อมไปห่วงไปมากกว่า
15. ถ้าพระเอกมีเหตุผลที่น่าจะให้เข้าใจผิดกับนางเอก เช่นมีรุ่นน้องมาให้ของขวัญ เดินออกมาจากโรงแรมกับใครหรือมีคนแปลกหน้ามาจุ๊บคุณไม่ต้องห่วง นางเอกเห็นแน่ๆ เห็นกับตาเลยด้วย
16. ถ้ามีการอาบน้ำในห้องสาธารณะหรือบ่อน้ำแร่มีโอกาสถึง 90% ที่ ไม่พระเอกก็นางเอกที่จะลงบ่อหรือเข้าห้องน้ำผิดหรือมาพบภายหลังว่าเป็นบ่ออาบน้ำรวมที่มา : poupeเจ้าของบทความ : ไม่ทราบชื่อ
ที่มาครับ : http://animexplus.com/board/viewthread.php?tid=403&extra=page%3D1
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
นิทานฝรั่ง ที่เขียนด่าคนไทย ( อย่างแรง ! )
นิทานฝรั่ง ที่เขียนล้อ ประเทศไทย Contributed by Stranger ตั้งแต่ วันอาทิตย์, 28 ตุลาคม 2007 @ 09:00:44 ICT
มา ดูเห๊อะ...ฝรั่งคิดไงกะประเทศเรา ไม่รู้ว่าจะรู้สึกไงดี เป็นนิทานที่ฝรั่งเขียนขึ้นมาเพื่อล้อประเทศเรา พอดีไปอ่านเจอมาเลยเอามาให้อ่านกัน เผื่อมีคนที่ยังไม่เคยอ่านจะได้อ่านซะ เมื่ออ่านแล้วรู้สึกอย่างไร บอกกันมั้งนะกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ของวิเศษต่างๆ พระองค์เริ่มต้นด้วยการสร้างมหาสมุทรทั้ง 7
โดยการวางของวิเศษของพระเจ้า พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดีคู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆทรงเอา เทือกเขาร็อกกี้น้ำตกไนแองการ่าวางไว้ให้อเมริกา แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่ากับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิลทรงเอาไข้ป่าวางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลกวางไว้ให้แคนาดาแต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้ เอาเทือกเขาหิมาลัยให้ธิเบตกับเนปาลเพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศและความแห้งแล้งไว้ให้ ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ทั้งหมดจึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากันคราว นี้พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆทางแหลมอินโดจีน ทรงสะพายถุงวิเศษแล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงมากเกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่นชายหาดสวยๆผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆอาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ผลไม้ชายทะเลก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมดว้าแย่แล้วพระ เจ้าทรงคิดประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟกับแผ่นดินไหวให้ญี่ปุ่นไปแล้วถ้าปล่อยให้ เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆจะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอ ที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่าประเทศอื่นๆได้เมื่อ ทรงคิดได้เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆพระองค์ก็เลยสร้าง " คนไทย " ขึ้นมา ถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน ไทยก็ไม่มีวันเจริญ
ที่มา : http://animexplus.com/board/viewthread.php?tid=158&extra=page%3D1
มา ดูเห๊อะ...ฝรั่งคิดไงกะประเทศเรา ไม่รู้ว่าจะรู้สึกไงดี เป็นนิทานที่ฝรั่งเขียนขึ้นมาเพื่อล้อประเทศเรา พอดีไปอ่านเจอมาเลยเอามาให้อ่านกัน เผื่อมีคนที่ยังไม่เคยอ่านจะได้อ่านซะ เมื่ออ่านแล้วรู้สึกอย่างไร บอกกันมั้งนะกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ของวิเศษต่างๆ พระองค์เริ่มต้นด้วยการสร้างมหาสมุทรทั้ง 7
โดยการวางของวิเศษของพระเจ้า พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดีคู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆทรงเอา เทือกเขาร็อกกี้น้ำตกไนแองการ่าวางไว้ให้อเมริกา แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่ากับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิลทรงเอาไข้ป่าวางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลกวางไว้ให้แคนาดาแต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้ เอาเทือกเขาหิมาลัยให้ธิเบตกับเนปาลเพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศและความแห้งแล้งไว้ให้ ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ทั้งหมดจึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากันคราว นี้พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆทางแหลมอินโดจีน ทรงสะพายถุงวิเศษแล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงมากเกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่นชายหาดสวยๆผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆอาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ผลไม้ชายทะเลก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมดว้าแย่แล้วพระ เจ้าทรงคิดประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟกับแผ่นดินไหวให้ญี่ปุ่นไปแล้วถ้าปล่อยให้ เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆจะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอ ที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่าประเทศอื่นๆได้เมื่อ ทรงคิดได้เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆพระองค์ก็เลยสร้าง " คนไทย " ขึ้นมา ถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน ไทยก็ไม่มีวันเจริญ
ที่มา : http://animexplus.com/board/viewthread.php?tid=158&extra=page%3D1
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
คุณภาพของแผ่น DVD แผ่นที่ท่านซื้อมาไช้เป็นอย่างไรบ้าง
คุณภาพของแผ่น DVD แผ่นที่ท่านซื้อมาไช้เป็นอย่างไรบ้าง
เนื่อง จากในปัจจุบัน มีแผ่นเก็บข้อมูลประเภท CD-R,RW และ DVD-R,+R,-RWจำนวนหลากหลาย brand มากมาย ซึ่งมีราคาที่แตกต่างกันมากจากประสบการณ์ที่ใช้งาน และข้อมูลที่รวบรวมได้จาก Internetจึงพบว่าผู้ผลิตต่าง เข้าสู่สงครามราคา เน้นราคาถูก แต่คุณภาพต่ำมากแต่ถ้าเทียบราคากับอายุการใช้งานแล้ว ถือว่ามีราคาแพงมากกว่าอีกมีการจัดกลุ่ม คุณภาพแผ่นเก็บข้อมูล CD-R,DVD-R เป็น คุณภาพ ดี,ปานกลางและ ต่ำ ซึ่งโรงงานที่ผลิตมีไม่มากเท่ากับจำนวน brand ที่วางขายจากข้อมูลที่ได้มาสรุปได้ว่าโรงงานที่ผลิตแผ่นคุณภาพดี
1. Mitsui Chemical ชื่อ brand ของแผ่น MAM-A (ยังหาไม่ได้ในไทย แต่มีข้อมูลหลายแหล่งระบุว่า เป็นแผ่นที่ดีที่สุดในโลก)
2.TAIYO YUNDEN ผลิต TAIYO YUNDEN และรับจ้างผลิตแผ่น 3M (บางรุ่น), Sony(บางรุ่น), Philips(บางรุ่น), Boeder (บางรุ่น)& Imation(บางรุ่น)
3. Kodak ผลิต Kodak Gold
4. Ricoh ผลิต Ricoh
โรงงานที่ผลิตแผ่นคุณภาพปานกลาง
1. MITSUBISHI CHEMICAL CORPORATION ผลิต brand Verbatim, Mitsubishi,Sony (บางรุ่น), Traxdata(บางรุ่น)
2. Hitachi Maxell, Ltd. ผลิต brand KingTech (บางรุ่น) & Maxell (บางรุ่น)
3. Fuji Photo Film Co, Ltd. ผลิต brand FujiFilm
โรงงานที่ผลิตแผ่นคุณภาพต่ำ
1. Princo Corporation ผลิต Brand BTC, Princo & KingTech (บางรุ่น)
2. Fornet International ผลิต Brand Fornet & Magnex
3.Ritek ผลิต Arita, BASF (Emtec), Dysan, FujiFilm,Hi-Space,Intenso,JTEC,Memorex,MegaData, MMore, Onkyo, Philips, Pony,Ricoh, Rimax, Samsung,Targa,TDK,Traxdata, Waitec&War
4. Lead Data ผลิต Brand Lead Data, Lenco & Targa
5. CMC Magnetics Corporation BASF (Emtec), CMC & Imation
โดยเฉพาะแผ่น Princo มีคุณภาพต่ำที่สุด โดยเฉพาะอายุการใช้งาน ประมาณ 1-2ปีเท่านั้น เพราะจากประสบการณ์ เพียงแค่ backup ข้อมูลลงแผ่น เก็บใส่กล่องเข้าตู้ไว้อย่างดี อีก 2 ปีมาเปิดดู ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลออกมาได้แล้วสำหรับแผ่นที่อยู่ในกลุ่มคุณภาพต่ำ ที่ดูดีที่สุด ก็คือ Ritekเพราะเป็นผู้ผลิตให้กับ brand ต่างๆ มากที่สุด เช่น Philips, Ricoh, TDKดังนั้นถ้าต้องการเก็บข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆต้องเลือกแผ่นคุณภาพระดับ ปานกลางขึ้นไปจะดีกว่า และการเลือกซื้อคงต้องสังเกตสินค้า CD, DVD เปล่า ว่าผลิตจากโรงงานไหน เพราะบางทียี่ห้อเดียวกัน แต่ผลิตจากโรงงานต่างที่กัน คุณภาพก็จะต่างกันหมายเหตุ: คุณภาพ(ดี, ปานกลาง, ต่ำ) หมายถึง คุณภาพของวัสดุที่ผลิตเพื่อใช้เก็บรักษาข้อมูล ซึ่งส่งผลกับอายุของข้อมูลบนสื่อCredit วิชาการ.คอม
ที่มา : http://www.kazeyomi-subs.net/forum/index.php?topic=772.0
เนื่อง จากในปัจจุบัน มีแผ่นเก็บข้อมูลประเภท CD-R,RW และ DVD-R,+R,-RWจำนวนหลากหลาย brand มากมาย ซึ่งมีราคาที่แตกต่างกันมากจากประสบการณ์ที่ใช้งาน และข้อมูลที่รวบรวมได้จาก Internetจึงพบว่าผู้ผลิตต่าง เข้าสู่สงครามราคา เน้นราคาถูก แต่คุณภาพต่ำมากแต่ถ้าเทียบราคากับอายุการใช้งานแล้ว ถือว่ามีราคาแพงมากกว่าอีกมีการจัดกลุ่ม คุณภาพแผ่นเก็บข้อมูล CD-R,DVD-R เป็น คุณภาพ ดี,ปานกลางและ ต่ำ ซึ่งโรงงานที่ผลิตมีไม่มากเท่ากับจำนวน brand ที่วางขายจากข้อมูลที่ได้มาสรุปได้ว่าโรงงานที่ผลิตแผ่นคุณภาพดี
1. Mitsui Chemical ชื่อ brand ของแผ่น MAM-A (ยังหาไม่ได้ในไทย แต่มีข้อมูลหลายแหล่งระบุว่า เป็นแผ่นที่ดีที่สุดในโลก)
2.TAIYO YUNDEN ผลิต TAIYO YUNDEN และรับจ้างผลิตแผ่น 3M (บางรุ่น), Sony(บางรุ่น), Philips(บางรุ่น), Boeder (บางรุ่น)& Imation(บางรุ่น)
3. Kodak ผลิต Kodak Gold
4. Ricoh ผลิต Ricoh
โรงงานที่ผลิตแผ่นคุณภาพปานกลาง
1. MITSUBISHI CHEMICAL CORPORATION ผลิต brand Verbatim, Mitsubishi,Sony (บางรุ่น), Traxdata(บางรุ่น)
2. Hitachi Maxell, Ltd. ผลิต brand KingTech (บางรุ่น) & Maxell (บางรุ่น)
3. Fuji Photo Film Co, Ltd. ผลิต brand FujiFilm
โรงงานที่ผลิตแผ่นคุณภาพต่ำ
1. Princo Corporation ผลิต Brand BTC, Princo & KingTech (บางรุ่น)
2. Fornet International ผลิต Brand Fornet & Magnex
3.Ritek ผลิต Arita, BASF (Emtec), Dysan, FujiFilm,Hi-Space,Intenso,JTEC,Memorex,MegaData, MMore, Onkyo, Philips, Pony,Ricoh, Rimax, Samsung,Targa,TDK,Traxdata, Waitec&War
4. Lead Data ผลิต Brand Lead Data, Lenco & Targa
5. CMC Magnetics Corporation BASF (Emtec), CMC & Imation
โดยเฉพาะแผ่น Princo มีคุณภาพต่ำที่สุด โดยเฉพาะอายุการใช้งาน ประมาณ 1-2ปีเท่านั้น เพราะจากประสบการณ์ เพียงแค่ backup ข้อมูลลงแผ่น เก็บใส่กล่องเข้าตู้ไว้อย่างดี อีก 2 ปีมาเปิดดู ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลออกมาได้แล้วสำหรับแผ่นที่อยู่ในกลุ่มคุณภาพต่ำ ที่ดูดีที่สุด ก็คือ Ritekเพราะเป็นผู้ผลิตให้กับ brand ต่างๆ มากที่สุด เช่น Philips, Ricoh, TDKดังนั้นถ้าต้องการเก็บข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆต้องเลือกแผ่นคุณภาพระดับ ปานกลางขึ้นไปจะดีกว่า และการเลือกซื้อคงต้องสังเกตสินค้า CD, DVD เปล่า ว่าผลิตจากโรงงานไหน เพราะบางทียี่ห้อเดียวกัน แต่ผลิตจากโรงงานต่างที่กัน คุณภาพก็จะต่างกันหมายเหตุ: คุณภาพ(ดี, ปานกลาง, ต่ำ) หมายถึง คุณภาพของวัสดุที่ผลิตเพื่อใช้เก็บรักษาข้อมูล ซึ่งส่งผลกับอายุของข้อมูลบนสื่อCredit วิชาการ.คอม
ที่มา : http://www.kazeyomi-subs.net/forum/index.php?topic=772.0
วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553
เรื่องของแผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวกับภาวะโลกร้อนจะเกี่ยวพันกันหรือไม่ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายกำลัง พิสูจน์อยู่
ในตอนนี้ขอเกริ่นนำ เรื่องแผ่นดินไหว โดยทั่วไปก่อน เพื่อเป็นการปูทาง หาข้อพิสูจน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ให้นิยามคำว่า แผ่นดินไหวว่า
แผ่นดินไหว เป็นปรากฎการณ์การสั่นสะเทือนหรือเขย่าของพื้นผิวโลก สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นส่วนใหญ่เกิดจากธรรมชาติ โดยแผ่นดินไหวบางลักษณะสามารถเกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้ เช่น การทดลองระเบิดปรมาณู การปรับสมดุลเนื่องจากน้ำหนักของน้ำที่กักเก็บในเขื่อน และแรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ เป็นต้น
แผ่นดินไหวจากธรรมชาติ
แผ่น ดินไหวจากธรรมชาติเป็นธรณีพิบัติภัยชนิดหนึ่ง ส่วนมากเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียด ที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลย์ของเปลือกโลกให้คงที่ โดยปกติเกิดจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อน ภายในชั้นเปลือกโลกที่อยู่ด้านนอกสุดของโครงสร้างของโลก มีการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ อยู่เสมอ (ดู การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก) แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อความเค้นอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมีมากเกินไป ภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยในบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลก ที่ที่แบ่งชั้นเปลือกโลกออกเป็นธรณีภาค (lithosphere) เรียกแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกนี้ว่า แผ่นดินไหวระหว่างแผ่น (interplate earthquake) ซึ่งเกิดได้บ่อยและรุนแรงกว่า แผ่นดินไหวภายในแผ่น (intraplate earthquake)
โดยสรุปเบื้องต้น
สำหรับการเกิดแผ่นดินไหว มีสาเหตุการเกิด ๒ ประการ คือ
๑) ภูเขาไฟระเบิด
๒) การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ซึ่งมักจะเป็นขนาดใหญ่ และมีความรุนแรงมากส่วนมากจะเกิดในระดับลึก ๆ
โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด สองเหตุการณ์ใหญ่ๆ คือ
วัน ที่ 26 ธันวาคม 2547 เกิดเหตุแผ่นดินไหวทำให้เกิดคลื่นยักษ์ “ซึนามิ” สูงกว่า 10 เมตร ถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ด้านทะเลอันดามัน คือ จังหวัดตรัง ภูเก็ต พังงา และ ประเทศใกล้เคียงมีผลให้คนเสียชีวิตเป็นหลักแสน
ปี ๒๕๔๒ เพียงปีเดียว ก็มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อยสามครั้ง ทั้งที่ตุรกี โคลัมเบีย และไต้หวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตร่วม ๒ หมื่นราย
ปี ๒๕๓๘ ที่โกเบ ประเทศญี่ปุ่น แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาด ๗.๒ ริคเตอร์ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนถล่มทลาย และมีผู้เสียชีวิตกว่า ๖,๐๐๐ คน
ซึ่งกรณีหลังสุดเกิดในประเทศญี่ป่นที่ได้ชื่อว่ามีระบบป้องกันแผ่นดินไหวดีที่สุดในโลก
แผ่นดินไหวเกิดจากอะไรแน่?
มีหลายทฤษฎี ที่พูดถึง ในอดืต (ข้อมูลจาก http://www.sarakadee.com)
อัล เฟรด เวเกเนอร์ (Alfred Wegener ค.ศ. ๑๘๘๐-๑๙๓๐) นักอุตุนิยมวิทยาชาวเยอรมัน มีคำถามอยู่ในใจเช่นเดียวกับนักภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับแนวขอบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ของทวีปอเมริกาใต้ และแอฟริกาที่ดูจะต่อเข้ากันได้สนิท คล้ายชิ้นส่วนของภาพต่อจิกซอว์ เขาตั้งสมมุติฐานว่า การต่อเข้ากันได้สนิท อาจหมายความว่าทวีปทั้งสอง เคยเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน ก่อนที่จะแยกออกจากกันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าผืนทวีปขนาดยักษ์มีการเคลื่อนที่
เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานนี้ เวเกเนอร์จึงได้ศึกษาวิชาแขนงอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ธรณีวิทยา และสิ่งมีชีวิตโบราณ และได้พบว่าไม่เพียงแต่รูปร่าง ของชายฝั่งมหาสมุทรทั้งสองทวีปจะสอดคล้องกันเท่านั้น แต่ลักษณะทางธรณีวิทยา และซากสิ่งมีชีวิตโบราณที่พบก็คล้ายคลึงกันด้วย แสดงว่าทวีปได้แยกจากกันหลังจากที่สัตว์ และพืชตายลง และฝังอยู่ในชั้นหิน
ใน ปี ค.ศ. ๑๙๑๒ เวเกเนอร์ได้ประกาศทฤษฎี การเคลื่อนที่ของทวีปเป็นครั้งแรก ทฤษฎีนี้ได้แพร่หลายในปี ค.ศ. ๑๙๑๕ พร้อม ๆ กับหนังสือของเขาที่ชื่อ ที่มาของทวีปและมหาสมุทร (The Origin of Continents and Ocean) เวเกเนอร์ได้อธิบายว่า แผ่นดินทุกทวีปมีร่องรอย อันอาจประกบเข้าให้กลายเป็นทวีปมหึมาทวีปเดียวได้ และได้ให้นามผืนทวีปนี้ว่า "พังเกีย" (Pangaea) เขาเชื่อว่าในสมัยแรกที่มีแผ่นดินนั้น มหาทวีปพังเกีย อยู่แถบซีกโลกทางใต้ และเพิ่งจะแตกแยกออก ในราวยุคไดโนเสาร์ คือเมื่อประมาณ ๑๘๐ ล้านปีมานี้ จนกลายมาเป็นทวีปต่าง ๆ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
แต่เนื่องจากนักวิชาการส่วนใหญ่ในสมัยนั้น ยังไม่เชื่อว่า ในโลกนี้จะมีแรงอะไรที่มีพลังมากพอ ที่จะผลักดันให้ผืนทวีปเลื่อนออกจากกันได้ และทฤษฎีทวีปเลื่อน ของเวเกเนอร์เองก็ไม่อาจตอบคำถามสำคัญข้อนี้ ดังนั้นจึงมีผู้โต้แย้งทฤษฎีของเวเกเนอร์ โดยอ้างว่าความคล้ายคลึงกันของพืช ที่เวเกเนอร์กล่าวถึง อาจจะมาจากเมล็ด และละอองเกสรที่ปลิวมาตามลม ส่วนความคล้ายคลึงกันของสัตว์ที่อยู่ต่างทวีป ก็อาจเกิดจากสัตว์ขนาดใหญ่เดินข้ามมหาสมุทร ในบริเวณที่มีสะพานเชื่อมต่อกัน เช่นบริเวณอะแลสกา- ไซบีเรีย แต่สะพานนี้ได้ยุบหายไปในทะเล ในบางช่วงเวลา แนวคิดโต้แย้งเหล่านี้ ได้ทำให้ทฤษฎีทวีปเลื่อนถูกละทิ้งไปจากวงการศึกษา ไปจนตลอดชีวิตของเวเกเนอร์
จนมาถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการพัฒนาเทคโนโลยี และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้มีผู้คิดหาคำตอบในคำถามสำคัญ ที่ยังคงค้างไว้ในทฤษฎีทวีปเลื่อน ของเวเกเนอร์จนเป็นผลสำเร็จ ผู้ที่ให้คำตอบนี้เป็นนักธรณีวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ชื่อ แฮรี เฮส (Harry Hammond Hess ค.ศ. ๑๙๐๖-๑๙๖๙) เฮสเชื่อในทฤษฎีทวีปเลื่อน ของเวเกเนอร์มาตั้งแต่ต้น และยังได้ศึกษาเพิ่มเติมในแนวคิดของ อาร์เธอร์ โฮล์มส์ (Arthur Holmes) นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษช่วงทศวรรษ ๑๙๓๐ จนในที่สุดเมื่อ ค.ศ. ๑๙๕๙ เฮสก็ได้ประกาศแนวคิด เกี่ยวกับการแยกตัวกันของพื้นมหาสมุทรแอตแลนติก และได้ตีพิมพ์เผยแพร่แนวคิดนี้ ลงในหนังสือชื่อ History of Ocean Basins ในปี ค.ศ. ๑๙๖๒ แนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญ ในการพัฒนาไปสู่ ทฤษฎีทวีปเลื่อนยุคใหม่ เฮสกล่าวว่าท้องมหาสมุทรแอตแลนติก มีสันเขาอยู่ใต้น้ำ ผ่ากลางมหาสมุทรตั้งแต่เหนือจรดใต้ สันเขาใต้น้ำนี้ เกิดจากแมกม่า หรือหินละลายภายใต้เปลือกโลกที่ดันตัวขึ้นมา ตรงรอยแยกของแผ่นทวีป ทำให้เกิดพื้นมหาสมุทรใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พื้นมหาสมุทรที่เกิดใหม่นี้ จะดันพื้นมหาสมุทรเดิมให้ค่อย ๆ ขยับห่างออกจากกันทีละน้อย เป็นเวลาติดต่อกันหลายร้อยล้านปี ด้วยเหตุนี้ทวีปอเมริกาจึงค่อย ๆ เคลื่อนจากทวีปแอฟริกาทีละน้อย ๆ และแยกจากกันเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
เฟรเดอริก ไวน์ (Frederick Vine) และ ดรัมมอนด์ แมททิวส์(Drammond Matthews) สองนักธรณีวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร ได้พยายามอธิบายเรื่องทวีปเลื่อน โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับสนามแม่เหล็กโลก และคุณสมบัติของหินละลาย ซึ่งมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ เมื่อหินละลายพุ่งขึ้นมาสู่เปลือกโลก สารแม่เหล็กที่มากับหินละลาย จะวางตัวตามแนวแม่เหล็กโลกในทิศเหนือใต้ในขณะนั้น เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนแปลงไป ก็จะทำให้แนวงอกของทวีปเปลี่ยนตาม และทำให้ทวีปเลื่อนอย่างเปลี่ยนทิศทาง
จอห์น ทูโซ วิลสัน (John Tuzo Wilson ค.ศ. ๑๙๐๘-๑๙๙๓) นักภูมิฟิสิกส์ชาวแคนาดา เป็นอีกผู้หนึ่งที่เสนอแนวความคิดสำคัญ ที่ช่วยให้ทฤษฎีทวีปเลื่อนยุคใหม่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในวัยหนุ่มวิลสันเข้าศึกษาระดับปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งในขณะนั้น แฮรี เฮส มาเป็นอาจารย์ผู้บรรยาย ที่มีอายุมากกว่าเพียงสองปี วิลสันสนใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ฮาวายและหมู่เกาะภูเขาไฟใกล้เคียง โดยได้ตั้งสมมุติฐานว่า หมู่เกาะเหล่านี้อาจถือกำเนิดมาจาก Hot Spot อันเป็นพลังงานความร้อนมหาศาล ของหินละลายที่พวยพุ่งขึ้นมา จากส่วนลึกของชั้นแมนเทิล (mantle) ใต้เปลือกโลก สมมุติฐานเรื่อง Hot Spot ได้ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๓ ใน The Canadian Journal of Physics
ตลอดทศวรรษ ๑๙๖๐-๑๙๗๐ ยังมีความรู้ และการค้นพบใหม่ ๆ ของนักวิทยาศาสตร์อีกหลายกลุ่ม ที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราว เกี่ยวกับทวีปเลื่อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความรู้ความคิดใหม่ ๆ เหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นมาสู่ทฤษฎีทวีปเลื่อนยุคใหม่ ที่นอกจากจะอธิบายการเคลื่อนที่ และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแผ่นเปลือกโลกแล้ว ยังทำให้เราได้เรียนรู้ถึงพลังงานมหาศาล ภายใต้เปลือกโลก พลังที่แยกผืนทวีปมหึมาออกจากกัน ยกแผ่นดินที่ราบขึ้นเป็นเทือกเขา พลังที่สำแดงอำนาจทำลายล้าง ในรูปของภูเขาไฟที่ก้าวร้าวดุดัน หรือคลื่นแผ่นดินไหวที่ถล่มอาคารบ้านเรือนจนพังทลาย บิดรางรถไฟเหล็กกล้าให้คดงอ รวมถึงพลังที่แปรเปลี่ยนกระแสน้ำในทะเล ให้กลายเป็นคลื่นยักษ์ เข้าถาโถมทำลายเมืองชายฝั่งจนราบเป็นหน้ากลอง
ทฤษฎีนี้รู้จักกันในชื่อ "เพลตเทคโทนิก" (Plate Tectonics)
แต่ที่แน่ๆ แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ที่ทำนายได้ยากยิ่ง
เรามาดูภาพแผ่นดินไหววันนี้กัน โดยปรกติ ผู้เขียนจะ คอยสังเกตุ การเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกือบทุกวันเป็นประจำ
ใน ระยะนี้ ได้สังเกตุเห็นถึงความผิดปรกติของการเกิดแผ่นดินไหวที่เกืดขึ้น ถี่และ บ่อย รวมทั้งหนาแน่นมากในทุกเขตของโลก โจกภาพประกอบ ทั้งเอเชียและ อเมริกา
เอเชีย today 17-12-07
โซนอเมริกา
จากทั้งสองรูปแสดงถึงความผิดปรกติ ค่อนข้างมาก โดยแสดงถึง ความหนาแน่นของการเกิด ตามรอย แนว RIng of fire ที่มากน่าจะเข้าเกณฑ์ผิดปรกติ (ในความเห็นผู้เขียน)
สมมุติฐานที่ผู้ เขียน คิดเอาเอง ว่าการเกิดแผ่นดินไหวอย่างมากและรุนแรงในปัจจุบันน่าจะเชื่อมโยงกับภาวะโลก ร้อน (Global Warming) โดยอ้างจาก ทฤษฎีที่รู้จักกันในชื่อ "เพลตเทคโทนิก" (Plate Tectonics)(ที่มาจาก http://www.sarakadee.com) คือ ชิ้นส่วนของเปลือกโลกที่เรียกว่า "แผ่นเปลือกโลก" หรืออาจเรียกทับศัพท์ว่า "เพลต" (plate) โดยมีเพลตอยู่ ๑๖ ชิ้นที่ประกอบกันเข้าเป็นเปลือกโลก แบ่งเป็นแผ่นทวีปและแผ่นมหาสมุทร อย่างไรก็ตามขอบของแผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นไม่ได้ประกบกันเข้าอย่างแผ่นภาพ ต่อ แผ่นเปลือกโลกบางแผ่น เคลื่อนที่ในลักษณะเลื่อนตัวแยกออกจากกัน (spreading) ดังนั้นบริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกจึงเคลื่อนตัวออกจากกัน (diverging boundary) บางแผ่นก็เลื่อนเข้าไปชนกัน (collision) จนเกิดการเกยกัน ระหว่างแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น (converging boundary) หรือเปลือกโลกแผ่นใดแผ่นหนึ่ง อาจจะมุดลอดอยู่ใต้เปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง (subduction) สิ่งสำคัญที่ทำให้โลกของเรา ต่างจากแผ่นภาพต่อโดยสิ้นเชิง ก็คือ แผ่นเปลือกโลกทั้ง ๑๖ แผ่นที่ประกอบกันเข้าเป็นเปลือกโลกนั้น มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา บางทีก็เคลื่อนที่ผ่านกัน และเฉียดกันในทิศทางที่สวนกัน จนเกิดเป็นรอยเลื่อนด้านข้างขนาดใหญ่ (transform fault) อัตราการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นนั้น นับว่าช้ามาก ๆ โดยเฉลี่ยแล้วเพียงแค่ ๒.๕ ซม. ต่อปี หรือเทียบง่าย ๆ ว่าพอ ๆ กับเล็บมือของเราที่งอกออกมาในแต่ละปี
ที่มา : http://niceoppai.49.forumer.com/viewtopic.php?f=2&t=267&start=0
ในตอนนี้ขอเกริ่นนำ เรื่องแผ่นดินไหว โดยทั่วไปก่อน เพื่อเป็นการปูทาง หาข้อพิสูจน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ให้นิยามคำว่า แผ่นดินไหวว่า
แผ่นดินไหว เป็นปรากฎการณ์การสั่นสะเทือนหรือเขย่าของพื้นผิวโลก สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นส่วนใหญ่เกิดจากธรรมชาติ โดยแผ่นดินไหวบางลักษณะสามารถเกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้ เช่น การทดลองระเบิดปรมาณู การปรับสมดุลเนื่องจากน้ำหนักของน้ำที่กักเก็บในเขื่อน และแรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ เป็นต้น
แผ่นดินไหวจากธรรมชาติ
แผ่น ดินไหวจากธรรมชาติเป็นธรณีพิบัติภัยชนิดหนึ่ง ส่วนมากเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียด ที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลย์ของเปลือกโลกให้คงที่ โดยปกติเกิดจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อน ภายในชั้นเปลือกโลกที่อยู่ด้านนอกสุดของโครงสร้างของโลก มีการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ อยู่เสมอ (ดู การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก) แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อความเค้นอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมีมากเกินไป ภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยในบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลก ที่ที่แบ่งชั้นเปลือกโลกออกเป็นธรณีภาค (lithosphere) เรียกแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกนี้ว่า แผ่นดินไหวระหว่างแผ่น (interplate earthquake) ซึ่งเกิดได้บ่อยและรุนแรงกว่า แผ่นดินไหวภายในแผ่น (intraplate earthquake)
โดยสรุปเบื้องต้น
สำหรับการเกิดแผ่นดินไหว มีสาเหตุการเกิด ๒ ประการ คือ
๑) ภูเขาไฟระเบิด
๒) การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ซึ่งมักจะเป็นขนาดใหญ่ และมีความรุนแรงมากส่วนมากจะเกิดในระดับลึก ๆ
โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด สองเหตุการณ์ใหญ่ๆ คือ
วัน ที่ 26 ธันวาคม 2547 เกิดเหตุแผ่นดินไหวทำให้เกิดคลื่นยักษ์ “ซึนามิ” สูงกว่า 10 เมตร ถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ด้านทะเลอันดามัน คือ จังหวัดตรัง ภูเก็ต พังงา และ ประเทศใกล้เคียงมีผลให้คนเสียชีวิตเป็นหลักแสน
ปี ๒๕๔๒ เพียงปีเดียว ก็มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อยสามครั้ง ทั้งที่ตุรกี โคลัมเบีย และไต้หวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตร่วม ๒ หมื่นราย
ปี ๒๕๓๘ ที่โกเบ ประเทศญี่ปุ่น แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาด ๗.๒ ริคเตอร์ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนถล่มทลาย และมีผู้เสียชีวิตกว่า ๖,๐๐๐ คน
ซึ่งกรณีหลังสุดเกิดในประเทศญี่ป่นที่ได้ชื่อว่ามีระบบป้องกันแผ่นดินไหวดีที่สุดในโลก
แผ่นดินไหวเกิดจากอะไรแน่?
มีหลายทฤษฎี ที่พูดถึง ในอดืต (ข้อมูลจาก http://www.sarakadee.com)
อัล เฟรด เวเกเนอร์ (Alfred Wegener ค.ศ. ๑๘๘๐-๑๙๓๐) นักอุตุนิยมวิทยาชาวเยอรมัน มีคำถามอยู่ในใจเช่นเดียวกับนักภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับแนวขอบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ของทวีปอเมริกาใต้ และแอฟริกาที่ดูจะต่อเข้ากันได้สนิท คล้ายชิ้นส่วนของภาพต่อจิกซอว์ เขาตั้งสมมุติฐานว่า การต่อเข้ากันได้สนิท อาจหมายความว่าทวีปทั้งสอง เคยเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน ก่อนที่จะแยกออกจากกันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าผืนทวีปขนาดยักษ์มีการเคลื่อนที่
เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานนี้ เวเกเนอร์จึงได้ศึกษาวิชาแขนงอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ธรณีวิทยา และสิ่งมีชีวิตโบราณ และได้พบว่าไม่เพียงแต่รูปร่าง ของชายฝั่งมหาสมุทรทั้งสองทวีปจะสอดคล้องกันเท่านั้น แต่ลักษณะทางธรณีวิทยา และซากสิ่งมีชีวิตโบราณที่พบก็คล้ายคลึงกันด้วย แสดงว่าทวีปได้แยกจากกันหลังจากที่สัตว์ และพืชตายลง และฝังอยู่ในชั้นหิน
ใน ปี ค.ศ. ๑๙๑๒ เวเกเนอร์ได้ประกาศทฤษฎี การเคลื่อนที่ของทวีปเป็นครั้งแรก ทฤษฎีนี้ได้แพร่หลายในปี ค.ศ. ๑๙๑๕ พร้อม ๆ กับหนังสือของเขาที่ชื่อ ที่มาของทวีปและมหาสมุทร (The Origin of Continents and Ocean) เวเกเนอร์ได้อธิบายว่า แผ่นดินทุกทวีปมีร่องรอย อันอาจประกบเข้าให้กลายเป็นทวีปมหึมาทวีปเดียวได้ และได้ให้นามผืนทวีปนี้ว่า "พังเกีย" (Pangaea) เขาเชื่อว่าในสมัยแรกที่มีแผ่นดินนั้น มหาทวีปพังเกีย อยู่แถบซีกโลกทางใต้ และเพิ่งจะแตกแยกออก ในราวยุคไดโนเสาร์ คือเมื่อประมาณ ๑๘๐ ล้านปีมานี้ จนกลายมาเป็นทวีปต่าง ๆ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
แต่เนื่องจากนักวิชาการส่วนใหญ่ในสมัยนั้น ยังไม่เชื่อว่า ในโลกนี้จะมีแรงอะไรที่มีพลังมากพอ ที่จะผลักดันให้ผืนทวีปเลื่อนออกจากกันได้ และทฤษฎีทวีปเลื่อน ของเวเกเนอร์เองก็ไม่อาจตอบคำถามสำคัญข้อนี้ ดังนั้นจึงมีผู้โต้แย้งทฤษฎีของเวเกเนอร์ โดยอ้างว่าความคล้ายคลึงกันของพืช ที่เวเกเนอร์กล่าวถึง อาจจะมาจากเมล็ด และละอองเกสรที่ปลิวมาตามลม ส่วนความคล้ายคลึงกันของสัตว์ที่อยู่ต่างทวีป ก็อาจเกิดจากสัตว์ขนาดใหญ่เดินข้ามมหาสมุทร ในบริเวณที่มีสะพานเชื่อมต่อกัน เช่นบริเวณอะแลสกา- ไซบีเรีย แต่สะพานนี้ได้ยุบหายไปในทะเล ในบางช่วงเวลา แนวคิดโต้แย้งเหล่านี้ ได้ทำให้ทฤษฎีทวีปเลื่อนถูกละทิ้งไปจากวงการศึกษา ไปจนตลอดชีวิตของเวเกเนอร์
จนมาถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการพัฒนาเทคโนโลยี และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้มีผู้คิดหาคำตอบในคำถามสำคัญ ที่ยังคงค้างไว้ในทฤษฎีทวีปเลื่อน ของเวเกเนอร์จนเป็นผลสำเร็จ ผู้ที่ให้คำตอบนี้เป็นนักธรณีวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ชื่อ แฮรี เฮส (Harry Hammond Hess ค.ศ. ๑๙๐๖-๑๙๖๙) เฮสเชื่อในทฤษฎีทวีปเลื่อน ของเวเกเนอร์มาตั้งแต่ต้น และยังได้ศึกษาเพิ่มเติมในแนวคิดของ อาร์เธอร์ โฮล์มส์ (Arthur Holmes) นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษช่วงทศวรรษ ๑๙๓๐ จนในที่สุดเมื่อ ค.ศ. ๑๙๕๙ เฮสก็ได้ประกาศแนวคิด เกี่ยวกับการแยกตัวกันของพื้นมหาสมุทรแอตแลนติก และได้ตีพิมพ์เผยแพร่แนวคิดนี้ ลงในหนังสือชื่อ History of Ocean Basins ในปี ค.ศ. ๑๙๖๒ แนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญ ในการพัฒนาไปสู่ ทฤษฎีทวีปเลื่อนยุคใหม่ เฮสกล่าวว่าท้องมหาสมุทรแอตแลนติก มีสันเขาอยู่ใต้น้ำ ผ่ากลางมหาสมุทรตั้งแต่เหนือจรดใต้ สันเขาใต้น้ำนี้ เกิดจากแมกม่า หรือหินละลายภายใต้เปลือกโลกที่ดันตัวขึ้นมา ตรงรอยแยกของแผ่นทวีป ทำให้เกิดพื้นมหาสมุทรใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พื้นมหาสมุทรที่เกิดใหม่นี้ จะดันพื้นมหาสมุทรเดิมให้ค่อย ๆ ขยับห่างออกจากกันทีละน้อย เป็นเวลาติดต่อกันหลายร้อยล้านปี ด้วยเหตุนี้ทวีปอเมริกาจึงค่อย ๆ เคลื่อนจากทวีปแอฟริกาทีละน้อย ๆ และแยกจากกันเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
เฟรเดอริก ไวน์ (Frederick Vine) และ ดรัมมอนด์ แมททิวส์(Drammond Matthews) สองนักธรณีวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร ได้พยายามอธิบายเรื่องทวีปเลื่อน โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับสนามแม่เหล็กโลก และคุณสมบัติของหินละลาย ซึ่งมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ เมื่อหินละลายพุ่งขึ้นมาสู่เปลือกโลก สารแม่เหล็กที่มากับหินละลาย จะวางตัวตามแนวแม่เหล็กโลกในทิศเหนือใต้ในขณะนั้น เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนแปลงไป ก็จะทำให้แนวงอกของทวีปเปลี่ยนตาม และทำให้ทวีปเลื่อนอย่างเปลี่ยนทิศทาง
จอห์น ทูโซ วิลสัน (John Tuzo Wilson ค.ศ. ๑๙๐๘-๑๙๙๓) นักภูมิฟิสิกส์ชาวแคนาดา เป็นอีกผู้หนึ่งที่เสนอแนวความคิดสำคัญ ที่ช่วยให้ทฤษฎีทวีปเลื่อนยุคใหม่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในวัยหนุ่มวิลสันเข้าศึกษาระดับปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งในขณะนั้น แฮรี เฮส มาเป็นอาจารย์ผู้บรรยาย ที่มีอายุมากกว่าเพียงสองปี วิลสันสนใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ฮาวายและหมู่เกาะภูเขาไฟใกล้เคียง โดยได้ตั้งสมมุติฐานว่า หมู่เกาะเหล่านี้อาจถือกำเนิดมาจาก Hot Spot อันเป็นพลังงานความร้อนมหาศาล ของหินละลายที่พวยพุ่งขึ้นมา จากส่วนลึกของชั้นแมนเทิล (mantle) ใต้เปลือกโลก สมมุติฐานเรื่อง Hot Spot ได้ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๓ ใน The Canadian Journal of Physics
ตลอดทศวรรษ ๑๙๖๐-๑๙๗๐ ยังมีความรู้ และการค้นพบใหม่ ๆ ของนักวิทยาศาสตร์อีกหลายกลุ่ม ที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราว เกี่ยวกับทวีปเลื่อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความรู้ความคิดใหม่ ๆ เหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นมาสู่ทฤษฎีทวีปเลื่อนยุคใหม่ ที่นอกจากจะอธิบายการเคลื่อนที่ และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแผ่นเปลือกโลกแล้ว ยังทำให้เราได้เรียนรู้ถึงพลังงานมหาศาล ภายใต้เปลือกโลก พลังที่แยกผืนทวีปมหึมาออกจากกัน ยกแผ่นดินที่ราบขึ้นเป็นเทือกเขา พลังที่สำแดงอำนาจทำลายล้าง ในรูปของภูเขาไฟที่ก้าวร้าวดุดัน หรือคลื่นแผ่นดินไหวที่ถล่มอาคารบ้านเรือนจนพังทลาย บิดรางรถไฟเหล็กกล้าให้คดงอ รวมถึงพลังที่แปรเปลี่ยนกระแสน้ำในทะเล ให้กลายเป็นคลื่นยักษ์ เข้าถาโถมทำลายเมืองชายฝั่งจนราบเป็นหน้ากลอง
ทฤษฎีนี้รู้จักกันในชื่อ "เพลตเทคโทนิก" (Plate Tectonics)
แต่ที่แน่ๆ แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ที่ทำนายได้ยากยิ่ง
เรามาดูภาพแผ่นดินไหววันนี้กัน โดยปรกติ ผู้เขียนจะ คอยสังเกตุ การเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกือบทุกวันเป็นประจำ
ใน ระยะนี้ ได้สังเกตุเห็นถึงความผิดปรกติของการเกิดแผ่นดินไหวที่เกืดขึ้น ถี่และ บ่อย รวมทั้งหนาแน่นมากในทุกเขตของโลก โจกภาพประกอบ ทั้งเอเชียและ อเมริกา
เอเชีย today 17-12-07
สมมุติฐานที่ผู้ เขียน คิดเอาเอง ว่าการเกิดแผ่นดินไหวอย่างมากและรุนแรงในปัจจุบันน่าจะเชื่อมโยงกับภาวะโลก ร้อน (Global Warming) โดยอ้างจาก ทฤษฎีที่รู้จักกันในชื่อ "เพลตเทคโทนิก" (Plate Tectonics)(ที่มาจาก http://www.sarakadee.com) คือ ชิ้นส่วนของเปลือกโลกที่เรียกว่า "แผ่นเปลือกโลก" หรืออาจเรียกทับศัพท์ว่า "เพลต" (plate) โดยมีเพลตอยู่ ๑๖ ชิ้นที่ประกอบกันเข้าเป็นเปลือกโลก แบ่งเป็นแผ่นทวีปและแผ่นมหาสมุทร อย่างไรก็ตามขอบของแผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นไม่ได้ประกบกันเข้าอย่างแผ่นภาพ ต่อ แผ่นเปลือกโลกบางแผ่น เคลื่อนที่ในลักษณะเลื่อนตัวแยกออกจากกัน (spreading) ดังนั้นบริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกจึงเคลื่อนตัวออกจากกัน (diverging boundary) บางแผ่นก็เลื่อนเข้าไปชนกัน (collision) จนเกิดการเกยกัน ระหว่างแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น (converging boundary) หรือเปลือกโลกแผ่นใดแผ่นหนึ่ง อาจจะมุดลอดอยู่ใต้เปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง (subduction) สิ่งสำคัญที่ทำให้โลกของเรา ต่างจากแผ่นภาพต่อโดยสิ้นเชิง ก็คือ แผ่นเปลือกโลกทั้ง ๑๖ แผ่นที่ประกอบกันเข้าเป็นเปลือกโลกนั้น มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา บางทีก็เคลื่อนที่ผ่านกัน และเฉียดกันในทิศทางที่สวนกัน จนเกิดเป็นรอยเลื่อนด้านข้างขนาดใหญ่ (transform fault) อัตราการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นนั้น นับว่าช้ามาก ๆ โดยเฉลี่ยแล้วเพียงแค่ ๒.๕ ซม. ต่อปี หรือเทียบง่าย ๆ ว่าพอ ๆ กับเล็บมือของเราที่งอกออกมาในแต่ละปี
ที่มา : http://niceoppai.49.forumer.com/viewtopic.php?f=2&t=267&start=0
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
